หมวดหมู่: สถานที่ท่องเที่ยว

4 เรื่องที่จำเป็นจะต้องรูถ้าต้องการไปเที่ยวที่นำ้ตกเอราวัณ

 

   หลายคยคงจพชอบไปเทที่ยวนำ้ตกกันใช้มั้ยค่ะ ที่ไปเที่ยวนำ้ตกเหตุผลมีไมม่เยอะหลักๆคือสวยและนำ้ใสเย็นสบาย เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อนทำให้ชาวไทยหลายคนชอบไปเที่ยวนำ้ตกกันก็เพราะว่านำ้ตกมีนำ้ท่เย็นจึงจะสามารถดับร้อนได้จึงนะเห็นว่าในช่วงหน้าร้อนคนจะมาเที่ยวนำ้ตกเยอะมากและวันนี้เราจะมาบอกถึงเรื่องที่คุณจำเป็นที่จะต้องรูถ้าต้องการไปเที่ยวนำ้ตกเอราวัณจะมีอะไรบ้่งไปดูกันเลยค่ะ

1.ต้องออกตอนเช้า ผู้แนะนำให้ออกตอนเช้าเพราะว่าถ้าเกิดว่าถึงที่น้ำตกเอราวัณในช่วงตอนเช้าบรรยากาศก็จะมีความร่มรื่นไม่ค่อยมีคนทำให้เราสามารถเล่นได้อย่างสบายใจไม่สามารถเล่นได้ตามใจชอบและที่สำคัญก็เพราะว่าถ้าเกิดว่าไปเช้าจะยังไม่มีแดกเยอะทำให้เวลาไปเล่นอากาศไม่ร้อนก็เล่นได้สบายๆยังไม่มีใครมาแย่งเล่นอีกด้วย

  1. ต้องกินอาหารมาก่อนก่อนที่จะเข้าอุทยานเพื่อไปเล่นน้ำตกเอราวัณ ไม่ต้องกินข้าวก่อนเพราะว่าจริงๆแล้วคุณเข้าไปในอุทยานก็มีอาหารขายก็จริงรสชาติเอาตามตรงก็ไม่ค่อยอร่อยมากเท่าไหร่ราคาก็แพงด้วยนำว่าควรจะกินอาหารที่ตัวเองเตรียมเองมาก่อนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องซื้อของแพงและรสชาติไม่ค่อยอร่อยในอุทยาน
  2. ถ้ามาเที่ยวกับครอบครัวให้หยุดอยู่ที่ชั้น เพราะ บางทีนะเด็กๆอาจจะเหนื่อยแล้วก็เลยพักอยู่ที่ 2 หรือบางทีมีคนแก่มาด้วยก็ให้พักอยู่ที่ชั้น 2 ดีกว่า 2 นี้มีชื่อว่าวังมัจฉาซึ่งนอกจากจะบรรยากาศเย็นสบายแล้วยังมีน้ำตกไหลผ่านมาเรื่อยๆเลยค่ะนักเรียนจะแนะนำให้อยู่ที่นี่เพราะเด็กๆหรือคนแก่อาจจะไม่มีแรงเยอะเท่ากับวัยรุ่นแต่ถึงแม้ว่าอยู่ที่ 2 เป็นชั้นที่แนะนำให้มากับครอบครัวและหยุดคะแต่ถ้าใครที่มาคนเดียวหรือมากับแฟนพี่ยังไม่มีลูกก็ยังสามารถที่จะหยุดพักที่ชั้น 2 ได้เพราะยังไงก็ถือว่าชั้น 2 นี้สวยมากๆจริงๆค่ะ
  3. ขวัญจะนำข้าวกล่องมา อย่างที่ได้บอกไปในข้อที่ 2 ว่าอาหารที่นี่ไม่อร่อยและราคาแพงแนะนำให้นำเข้ากล่องมาเผื่อว่าวันไหนที่ตัวเองหิวจะได้กินข้าวกล่องที่เตรียมมาไม่ต้องไปซื้ออาหารหรือน้ำที่พักอุทยานเตรียมไว้ให้ ยังไงก็คือเวลาเราเหนื่อยแล้วกินกับข้าวที่ตัวเองเตรียมมาเองจะรู้สึกว่าอร่อยกว่าที่อื่นแน่นอนค่ะกินไปดูบรรยากาศไปอาหารก็อร่อยถูกใจปากตัวเองก็รู้สึกดีแล้วค่ะ

   และนี่ก็คือข้อจำเป็นที่คุณจะต้องรู้ 4 ข้อ จำข้อ 4 ข้อนี้ไว้ให้ได้นะคะ

การเดินทางท่องเที่ยวที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี 

ผมเดินทางเข้าสู่จังหวัดสุราษฏร์ธานีในช่วงสายของวันเพื่อตรงเข้าสู่ทางการไปเกาะสมุยการเดินทางแบบ THE PLAN IS NO PLAN ที่ผมได้ซึมซับมาในการเดินทางครั้งก่อนๆทำให้การเดินทางของผมครั้งนี้ไม่ถูกวางแผนใดๆไว้ก่อนคงมีเพียงที่พักที่ผมได้จองไว้เป็นแลนด์มาร์คเดียวที่ผมรู้จักในเกาะสมุยแห่งนี้

ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจคำว่า THE PLAN IS NO PLAN ดีพอ หรือเปล่าแต่การเดินทางที่เริ่มจากศูนย์ไปถึงร้อยของผมก็เริ่มต้นขึ้นแล้วบางครั้งการเริ่มต้นที่ไม่รู้จะเจออะไรข้างหน้าบ้างก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเสพติดในการเดินทางทุกๆทริปอย่างที่ผมคิดเสมอว่าการไม่คาดหวังนั้นเป็นสิ่งที่ควรมีที่สุดในการเดินทางการที่เราจะเชื่อมั่นในความสวยงามของประเทศของเรานั้นเป็นสิ่งแรกๆที่ผมได้เรียนรู้จากการเดินทางที่ผ่ามาของผมว่าประเทศไทยยังคงเชื่อใจได้เสมอใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆในการนั่งเรือจากสุราษฏร์ธานีมายังเกาะสมุยและผมก็ตรงเข้าสู่โรงแรมมานะไทย

ในเวลาที่แสงแดดน่าจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุดผมก็เริ่มต้นเช็คอินกับเค้าสักทีเมื่อได้ห้องพักเป็นที่เรียบร้อยก็ได้เวลาที่จะทำความรู้จักกับเกาะสมุยแต่ถ้าจะให้ดีที่สุดผมคิดว่าเราควรทำความรู้จักกับสมุยในมุมของคนพื้นที่ที่น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากที่สุดในตอนนี้ผมนั่งคุยกับคนขายทัวร์อยู่ครึ่งชั่วโมงเธอแนะนำให้ผมเช้ามอเตอร์ไซค์ในการเดินทางไปยังจุดต่างๆของเกาะแห่งนี้และคำถามที่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวของผมก็มากขึ้นเรื่อยๆ

จนในสุดท้ายผมคิดว่าเธอคงมีเวลาเหลือพอในหลังเลิกงานของเธอเธอจึงอาสาพาผมไปเที่ยวหลังเธอเลิกงาน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเลย สำหรับการแบกเป้มาท่องเที่ยวคนเดียวในช่วงบ่ายที่ยังมีเวลาเหลือเฟือนั้นผมได้ตรงเข้า  สู่หาดละไม ณ เกาะสมุยเป็นจุดรับคลื่นลมและแสงแดดของบ่ายวันนี้ในฤดูร้อนชายหาดเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดผู้คนเพื่อให้ลืมความกลัวแดดที่หลายคนมีและสิ่งที่หน้าแปลกก็คือการแตกแอร์เย็นๆ ในห้องสี่เหลี่ยมก็ไม่ทำให้เย็นใจเท่ากับการมาท่องเที่ยวทะเลในวันที่แสงแดดสดใสแบบนี้

เมื่อมายังเกาะสมุยในระแวกไกล้เคียงหาดละไมนี้ผมก็คงจะไม่พลาดในการไปชมวิวหินตายายที่ชาวบ้านได้แนะนำ ซึ่งรูปพรรณสัณฐานที่ชาวบ้านได้บอกเล่าเกี่ยวกับหินตายยนั้นคงจะเป็นหินที่มีเอกลักษณ์ที่เมื่อพบเห็นก็สามารถรู้ได้ทันทีนิ้วของผมถูกหินเจาะเข้าไปลึกประมาณ 2-3 มิลลิเมตรพร้อมกับแผลหินบาดทั่วตัว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  next88

ท่องเที่ยวเยือนพิทาระฟาร์มและผู้คนที่ได้ดูอย่างเป็นมิตร

ผมลงจากรถเพื่อมาพบกับชุนทาโร่และไซกะที่กำลังขมักเขม้นในการทำสวนอยู่ชุนทาโร่และไซกะที่กำลังปลูกหัวหอมได้ลองให้ผมกินผักที่มีชื่อว่า นาบะนะ ซึ่งมีรสชาติที่แอบเผ็ดอยู่ลึกๆทำให้ผมแปลกใจกับผักชนิดนี้อยู่พอสมควรไทจังกลับมารับผมและได้พาผมมาพบกับต้นซากุระพันปี ซึ่งได้อยู่บริเวณสวยสาธารณะภายในไร่ในวันนี้เหมือนกับมีการจัดกิจกรรมทางศาสนาบางอย่างผู้คนออกกันมาหนาตาคุณป้าใส่ชุดกิโมโนกันสวยงาม

ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ดีอยู่ไม่น้อยที่จะได้ซึมซับความงามของญี่ปุ่นและผมก็เดินทางกลับมายังบ้าน ซึ่งเหลือเพียงชิกุวะหมาน้อยที่เฝ้าบ้านอยู่เพียงตัวเดียวผมไม่รู้ว่าทุกคนหายไปไหนกันหมดแต่ก็คิดว่าทุกคนก็คงมีธุระของตัวเองในระแวกรอบๆนี้ เทียรี่และยูริกลับมาพร้อมกับอาหารไก่ ซึ่งการให้อาหารไก่ของเราครั้งนี้ก็วุ่นพอสมควรเป็นกิจกรรมเล็กๆที่ทำให้ผมได้แสดงออกและสื่อสารกับทุกคนมากขึ้นและผมก็ได้พบกับมาโฮะ การมาเยือนพิทาระฟาร์มในฐานะไกจินคนหนึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้ความรู้สึกบางอย่างที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนไกจินเป็นภาษาญี่ปุ่น

ซึ่งมีความหมายว่าคนนอกหรือชาวต่างชาติ ซึ่งมีเส้นแบ่งกั้นด้วยชาติกำเนิด ซึ่งการเป็นไกจินของเรานั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การเดินทาง ที่พาเราออกจากเซฟโซนของตัวเองทำให้การไปเยือนในหลายๆที่สถานที่ในฐานะไกจินหรือคนนอกได้ก่อตัวขึ้นและเปลี่ยนสมดุลทั้งหมดของผมไปแล้ว ผมล้างหัวมันอยู่กับมาโฮะได้กว่าสองชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลามากพอที่เรานั้นได้คุยกันในเรื่องขออิสระที่ตามหา อิสระ ที่ไม่ผูกติดกับสังคมจนในบางครั้งมองดูเป็นจุดดำหรือเรียกว่าแลปกแยก ซึ่งจริงๆแล้วในบางครั้งสิ่งๆนี้ควรจะเรียกว่าเป็นธรรมชาติของผมซะมากกว่า

เธอชี้มาที่รอยสักบนแขนของผมและได้พูดขึ้นว่า คาราสุ ซึ่งภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอีกาเธอบอกกับผมว่าคุณเป็นเหมือนคาราสุบนแขนของคุณใช่มั้ยผมยิ้มและพยักหน้าให้เธอเพราะลึกๆในใจผมรู้ว่าผมคือนกกาสีดำตัวหนึ่งที่แปลแยกออกจากนกชนิดอื่นแต่ในความแปลแยกของนกกานั้นก็ยังมีฝูงของพวกมันในที่แห่งไหนสักแห่งเฉกเช่นคนแบบเราในเส้นทางของนักเดินทางผมได้ฟังเรื่องราวจากพี่ยาวจากไซกะพี่เยาซึ่งเป็นเชฟอาหารอยู่ที่เชียงใหม่ในค่ำคืนนี้ไซกะได้พูดถึงเธอไม่หยุดจนผมรู้สึกว่าถาผมกลับไปที่ประเทศไทยคงจะมีสักวันหนึ่งที่ผมจะแวะไปเยี่ยมเยียนพี่เยาที่เชียงใหม่สักครั้ง

 

สนับสนุนโดย  BK8

อุทยานแห่งชาติเขาสก

ท่องเที่ยว ชมถ้ำปะการัง อุทยานแห่งชาติเขาสก

สถานที่แห่งนี้ยังคงอนุรักษ์การใช้เรือในแบบชาวบ้านที่ยังคงใช้กันแบบดั่งเดิมเพื่อให้ชาวบ้านที่นี่ได้มีอาชีพและอยู่รวมกับนักท่องเที่ยวโดยที่ไม่เสียสมดุลของวิถีชีวิตดั่งเดิม เมื่อเข้าสู่ยามค่ำคืนสถานที่แห่งนี้ไม่มีกองไฟและไม่มีเสียงเพลงมีเพียงแค่เสียงธรรมชาติที่ถูกเลือกเอาไว้ให้ทุกคนที่นี่ยามเช้าก่อนที่แสงอาทิตย์จะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันใหม่เป็นเวลาที่ตรงกับการออกหากินของสัตว์ในหุบเขาและเป็นเวลาที่สายลมและกลุ่มหมอกยามเช้าจะเผยตัวตนนั้น

ให้เราได้เห็นกลุ่มหมอกที่เกิดขึ้นหนาแน่นบนหุบเขากับการร่องเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นมายามเช้าอากาศที่เย็นบริสุทธิ์สัมผัสเข้าที่หน้าของผมเสียงของกลุ่มชะนีที่หากินอยู่ในป่าและนกเงือกที่บินผ่านไปมาทำให้หุบเขาที่เงียบสงบนี้สมบูรณ์แบบตามธรรมชาติเป็นรางวัลในการตื่นเช้าของทุกคนบนเรือและเมื่อได้เข้าสู่ช่วงบ่ายของ

วันนี้ผมมีนัดเดินป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก

ที่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้แต่ก่อนชาวบ้านเรียกกันว่าบ้านสก ซึ่งมันมาจากคำว่าบ้านศพ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เรียกว่าบ้านศพนั้นมีคำเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ว่าในสมัยก่อนสถานที่แห่งนี้มีหมู่บ้านอาศัยอยู่กลาป่าเป็นหมู๋บ้านที่ไม่สามารถที่จะติดต่อกับภายนอกได้แต่ต่อมานั้นได้เกิดโรคระบาดชาวบ้านเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจึงทำให้บ้านสกกลายเป็นบ้านร้างและต่อมาถึงได้มีการสร้างถนนจากอำเภอพุนพินจังหวัดสุราษฏร์ธานีไปยังอำเภอตะกั่วป่าจังหวัดพังงา

จึงมีถนนตัดผ่านบ้านสกและเขาสกแห่งนี้เมื่อเข้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาสกผมได้พูดคุยกับพี่โทนี่มาตลอดทางพี่โทนี่เป็นไกด์ซึ่งคอยนำพาผมและทุกคนบนเรือเดินทางผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาสกเพื่อไปยังถ้ำประการังพี่โทนี่เป็นคนท้องถิ่น ซึ่งเกิดและอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสกมาแต่เล็กข้อมูลที่ได้ออกมาจากพี่โทนี่จึงเป็นข้อมูล

โดยตรงจากประสบการณ์ชีวิตในสถานที่แห่งนี้ของเขาอุทยานแห่งชาติเขาสกมีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่มากในเส้นทางนี้ในบางครั้งอาจมีช้างป่าเดินตัดผ่านเส้นทาง ซึ่งถ้าโชคดีผมอาจเจอช้างป่าสักครั้งในชีวิตเมื่อผมมาถึงยังจุดต่อแพพี่โทนี่พาทุกคนขึ้นแพจากคำบอกเล่าของพี่โทนี่แพจะมีการสร้างใหม่ทุกครั้งใน1ปีเพื่อความสดใหม่ของไม้ไผ่และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคนปลายทางของแพไม้ไผ่นี้คือถ้ำปาการังจากคำบอกเล่าของชาวบ้านท้องถิ่นถ้ำปาการังแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน

 

สนับสนุนจาก  แทงบอลออนไลน์2020

ร้านกาแฟบ้านโคบาล

แต่งตัวเหมือนคาวบอยจิบกาแฟสบายๆที่ร้านกาแฟบ้านโคบาล

              ถ้าใครที่ไปเที่ยวที่จังหวัดสระบุรีถ้าใครไปเที่ยวที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อยแถวแถวนั้นมีร้านกาแฟร้านหนึ่ง ซึ้งร้านากาแฟร้านนี้ไม่เหมือนใครเพราะที่นี้คุณจะได้แต่งตัวเหมือนกับคาวบอยซึ้งไม่มีที่ไหนที่เคยทำเลยทำให้ที่นี้มีความโดดเด่นและเพราะการให้ลูกค้าแต่งตัวเหมือนคาวบอยนั้นคือเหติที่ทำให้ร้านนี้ดังและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว 

ซึ้งคุณสามารถใส่ชุดคาวบอยได้ฟรีไม่ต้องเสียเงินสักบาท มีชุดคาวบอยให้คุณใส่ฟรีฟรีครบเซ็ต ซึ้งที่นี้ตั้งอยู่ก่อนที่จะถึงน้ำตกเจ็ดสาวน้อย 6 กิโลเมตร ซึ้งเมื่อคุณมาที่นี้คุณจะรู้สึกถึงบรรยากาศของคาวบอยไม่เหมือนใคร ซึ้งที่นี้นอกจากจะมีชุดให้ใส่แล้วยังมีม้าให้คุณขี่อีกด้วยนะคะ ซึ้งร้านี้ขนาดของร้านก็เรียกได้ว่าใหญ่มากๆ ที่นี้มีน้ำให้คุณดื่มหลายอย่างมาก เช่น ชาหรือไม่ก็จะเป็นพวกกาแฟค่ะ มีแต่ของอร่อยๆทั้งนั้นเลยค่ะ   ซึ้งตรงด้านหลังของร้านจะมีชุดคาวบอยหลายชุดให้คุณได้เลือกที่จะใส่

ซึ้งที่นี้มีทั้งรองเท้าหนัง ชุด เข็มขัด ร้านนี้เกิดจากความชื่นชอบความเป็นคาวบอย ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของเจ้าของร้านแล้วนำมาจัดแต่งร้านตามสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ ดังนั้นที่นี่นักท่องเที่ยวจะเห็นของสะสมที่เกี่ยวกับการเป็นคาวบอยแทบทั้งสิ้น สำหรับร้านกาแฟบ้านคาวบอยแห่งนี้นักท่องเที่ยวส่วนมากนอกจากจะมานั่งจิบกาแฟ สบายสบายแล้ว ยังได้ถ่ายรูปสไตล์คาวบอย โดยสามารถยืมชุดของทางร้านที่มีการนำมาจัดประดับตกแต่งร้านแล้วนำใส่ถ่ายรูปก่อนเสร็จแล้วค่อยคืนเจ้าของร้านที่นี่เจ้าของร้านเขาใจดีมาก ให้ยืมฟรีไม่ต้องจ่ายเงินเพียงแค่มากินกาแฟที่ร้านก็พอแล้ว 

และหากใครที่มาเที่ยวที่อำเภอหมวกเหล็กแห่งนี่ก็อย่าลืมแวะมาทานกาแฟที่ร้านแห่งนี้กันนะคะ บรรยากาศโดยรอบของที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเยอะมากทำให้อากาศบริเวณรอบร้านไม่ร้อนเลย ทางด้านหลังร้านเป็นเนินเขาเตี้ย และที่หน้าร้านมีคอกม้า ซึ่งทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแนวไร่คาวบอยจริงจริง เจ้าของร้านที่นี่เป็นสามีภรรยาที่น่ารักมากมาก นักท่องเที่ยวถามเรื่องอะไรก็ตอบหมดและก็ไม่ถือตัวด้วย หากมาที่นี่ในเวลากลางคืนคาดว่าจะสวยงามและเย็นสบายกว่าเวลากลางวันมาก

เพราะเราจะได้สัมผัสกับไร่คาวบอยในแบบกลางคืนที่จะมีการจุดกองไฟ หากใครที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบคาวบอยและชอบความร่มรื่นของต้นไม้และความเงียบสงบของป่าเขาลำเนาไพรแล้วละก็ อย่าลืมหาเวลาแวะมาที่ร้านกันดูนะคะ

เที่ยวย่านแฟชั่น สุดฮิพ ที่ HARAJUKU

HARAJUKU หรือ ฮาราจูกุ เป็นย่านแฟชั่นชั้นนำของญี่ปุ่นที่พูดชื่อแล้วทุกคนต้องร้องอ๋อกันอย่างแน่นอน แต่เดิมแล้วนั้นเป็นที่โด่งดังอย่างมากในเรื่องแฟชั่นคอสเพลย์ แต่งตัวเหมือนในการ์ตูนมังงะญี่ปุ่น หรือเหมือนในเกม ซึ่งดูแล้วเหมือนหลุดออกมาจากโลกในจินตนาการกันเลย แต่ปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีให้เห็นน้อยลง แต่ว่าก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายแฟชั่นสนุกๆมากมายที่ดูได้ที่ฮาราจูกุสไตล์อยู่

ที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นหญิงชายชาวญี่ปุ่น เพราะสามารถปลดปล่อยแฟชั่นการแต่งตัวได้อย่างเต็มที่ไม่มีเคอะเขิน อีกทั้งยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นดี ที่มีของให้เลือกมากมายอีกด้วย

ถนนสายแฟชั่น Takeshita Dori

ถนนทะเคชิตะ เป็นถนนเล็กๆมีความยาวเล็กน้อยเพียง 250 เมตรเท่านั้น แต่ว่าความไม่ธรรมดาคือสองข้างทางนั้นเต็มสูบไปด้วยร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นมากมาย หลากหลายแบบหลายสไตล์ และยังมีร้านคาเฟ่เก๋ๆแซมอยู่เป็นระยะๆ อาหารอร่อย ตกแต่งร้านเก๋ไก๋ต้องไปชักภาพมาเก็บไว้ โดยเฉพาะถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ด้วยนั้น ถนนเส้นนี้จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เด็กวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการที่เป็นถนนสายแฟชั่นนี้เองทำให้ มีผู้คนแต่งตัวแสดงตัวตนแฟชั่นของตัวเองกันมาแบบจัดเต็มอยู่ตลอด

TABIO

ร้านถุงเท้าน่ารักๆใสๆ เหมาะกับสาวๆที่ชอบถุงเท้าแฟชั่น ลายน่ารัก มีลายดอต ลายทาง ลายการ์ตูน ใส่แล้วดูคิคุเหมือนเป็นคนญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

ร้าน OUT OF THE WORLD

เป็นร้านที่ขายรองเท้า เน้นรองเท้าทุกแบบ โดยเฉพาะบู๊ตเท่ห์ๆ มีทั้งสำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ทั้งทรงคลาสสิคเรียบ เท่ มีสไตล์ มีทั้งของผลิตทั้งในจีน ในญี่ปุ่น มีหลากหลายสไตล์ หลายแบบ นอกจากบู๊ต จะเป็น sneaker รองเท้าผ้าใบเท่ห์ๆก็มีเช่นกัน

KIDDY LAND

ร้านที่จะช่วยเติมเต็มความฝันให้แก่เด็ก หรือผู้ใหญ่ใจเด็กก็แล้วแต่ ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากการที่เปิดตัวร้านหนังสือ Hashidate Book และเริ่มนำของเล่นเล็กๆน้อยๆ มาวางขายด้วย จนเติบโตกลายมาเป็นร้านขายของเล่นเก่าแก่ที่อยู่มานานถึง 60 ปี มีสาขาทั่วประเทศ แต่ว่าที่ฮาราจูกุ เป็นสาขาที่ดังและใหญ่ที่สุด มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Doraemon, Snoopy, Kitty,Rilakkuma รวมถึงตัวการ์ตูนญี่ปุ่นอื่นๆ อีกมากมาย

สะพานสวย

  สำหรับนักท่องเที่ยวสายเซลฟี้  เตรียมกล้องเตรียมเมมโมรี่ หาเสื้อผ้าสวยสวย ทรงผมเก๋เก๋ มารอกันเลยนะคะ เพราะกำลังพาคุณไปชมกับ

สุดยอดสะพานที่ทั้งสวยและมีความเก๋ เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างมาก มีที่ไหนบ้างมาดูกันค่ะ

  • เริ่มต้นด้วยเมืองสุดสโลว์ไลด์ นั่นก็คือ อำเภอปราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นี่มีสะพานไม้ที่ทอดตัวไปบนทุ่งนาสีเขียวขจี ซึ่งชาวบ้านเรียกสะพานแห่งนี้ว่าสะพานบุญโขกู้โส่ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในหมู่บ้านแพนโปะ อำเภอปราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ความหมายของคำว่า โขกู้โส่ คือสะพานบุญ ซึ่งคำว่าโขกู้โส่ นั้นเป็นภาษามาจากไทยใหญ่ เพราะสะพานไม้แห่งนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในการสร้างสะพานไม้แห่งนี้ออกมา จุดประสงค์ก็เพื่อให้พระสงฆ์ได้ออกมาบิณฑบาตรและชาวบ้านยังสามารถใช้สะพานไม้แห่งนี้ไปทำบุญที่วัดได้ด้วยค่ะ
  • สถานที่ท่องเที่ยวที่สองเรายังคงอยู่กันที่อำเภอปายกันอยู่นะคะ เราจะไปเดินเล่นสวยสวยกันที่สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย สะพานที่หากใครได้มาที่ปายแล้วไม่ได้มาเดินที่สะพานแห่งนี้ จะถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองปายกันค่ะ ซึ่งสะพานแห่งนี้มีประวัติว่าแต่เดิมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยตอนที่อยู่เชียงใหม่ใช้ชื่อ สะพานนวรัตน์ โดยตอนนั้นสะพานนวรัตน์ มีการถูกรื้อเก็บเอาไว้ไม่ได้ใช้งาน พอที่ปายมีเหตุการณ์น้ำท่วมและที่สะพานปายได้พังลงไป ก็เลยมีการทำเรื่องของสะพานนวรัตน์ให้มาอยู่ที่ปายค่ะ สะพานที่ทั้งสวย คลาสสิกและมีประวัติสองจังหวัดแบบนี้ห้ามพลาดที่เดียวค่ะ
  • ออกจากปายเราจะไปเที่ยวกันต่อที่เชียงใหม่ เพื่อไปเดินเล่นที่ Canopy Walk ทางเดินเหนือเรือนยอดไม้พฤกษาศาสตร์ของสมเด็จพระนางเจ้าศิริกิจ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากบนสะพานเราจะสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามได้แบบ 360 องศา สะพานแห่งนี้มีความสูงอยู่เหนือพื้นดิน 20 เมตรและมีความยาวถึง 400 เมตรการออกแบบสะพานนั้นคำนึงถึงสภาพมากที่สุด โดยโครงสร้างทำมาจากเหล็กกล้า แข็งแรง บางช่วงของสะพานเป็นพื้นที่ทำมาจากกระจกใส เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มองเห็นธรรมชาติด้านล่าง  สร้างความตื่นเต้นแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ

       และนี่ก็คือ สุดยอดของสะพานที่สวยที่สุด ของจังหวัดในเขตภาคเหนือ ที่หากใครที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ภาคเหนือแล้วไม่ควรพลาด เป็นสถานที่ถ่ายรูปและเช็คอิน ที่สวยงามมากมาก  เหมาะกับมาพักผ่อนแบบสบายสบาย เพราะจังหวัดของภาคเหนือ ที่นี่อากาศจะเย็นและสดชื่น การได้มาเดินชิลชิล เล่นบนสะพานเหล่านี้ จะทำให้เรารู้สึกสบายใจหายเครียดได้ค่ะ

พาไปเช็คอินกับสะพานสวยๆของภาคกลาง

    รอบนี้เราจะพามาเที่ยวสะพานของภาคกลางที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพจังหวัดแรกที่เราจะพาไปเป็นจังหวัดนครนายกซึ่งสะพานได้ที่เราจะแนะนำก็คือสะพานทุ่งนามุ้ยสะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่สร้างเข้าไปในทุ่งนามีความยาวมากกว่า 150 เมตรซึ่งสะพานจะทำมาจากไม้สำหรับที่นี่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาถ่ายรูปโดยนั่งอยู่ริมสะพานไม่ขายอยู่กลางทุ่งนาบอกได้เลยว่ารูปออกมาสวยงามมากเพราะคุณจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติความเป็นสีเขียวของไร่นาซึ่งหาดูได้ยากยิ่งและหากใครสนใจจะมาถ่ายรูปวันหยุดก็ยืมขับรถมาถ่ายรูปกันที่นครนายกกันได้เลย

    ที่ต่อไปเราจะย้ายจุด ไปที่จังหวัดกาญจนบุรีกันแทนถ้าพูดถึงสะพานที่มีความสวยงามของจังหวัดกาญจนบุรีคงหนีไม่พ้นสะพานข้าแม่น้ำแควเพราะนอกจากคุณจะได้ยินชมวิวสะพานสวยสวยแล้วคุณจะได้ชมวิวของแม่น้ำแควที่มีสะพานภาพผ่านและหากมีวิวรถไฟวิ่งผ่านแม่น้ำแควด้วยจะยิ่งสวยงามมากเค้าบอกกันว่าหากมาถึงกาญจนบุรีแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปที่สะพานข้ามแม่น้ำแควถือว่ามาไม่ถึงจังหวัดกาญจนบุรีเลยนะคะและที่สำคัญสะพานข้าแม่น้ำแควแห่งนี้ไม่ใช่แค่เพียง. แบรนด์มาร์คที่เราจะเอาไปโชว์ใน Facebook เท่านั้นค่ะแต่ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกอีกด้วยนะคะ

      จะเอาตัวเมืองกาญจน์เรามาขับรถไปเที่ยวกันต่อที่สังขะบุรีที่นี่มีสะพานมอนซึ่งเปรียบเสมือนสะพานแห่งวัฒนธรรมที่เชื่อมสองเชื้อชาติระหว่างไทยกับมอนเข้าด้วยกันสะพานมอญมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสะพานอุตตมะนุสรณ์ถ้าตัวยาวอยู่บนแม่น้ำสงกาเรียไปถึงหมู่บ้ามอนซึ่งจะหาใครได้มีโอกาสมาเที่ยวกาญจนบุรีแล้วก็อย่าลืมแวะถ้ามาเที่ยวสะพานมอญแห่งนี้ด้วยนะคะ

     เรียกได้ว่าเป็นสะพานที่กำลังมาแรงแซงโค้งสะพานอื่นๆเลยค่ะสำหรับสะพาน. ชุมวิวเจดีย์บ้านหัวแหลมสะพานแห่งนี้อยู่ที่จังหวัดจันทบุรีเป็นสะพานไม้ที่มีการสร้างทอดยาวออกไปในกลางทะเลสวยงามมากๆเลยค่ะบรรยากาศยืนกรานสะพานมีวิวทะเลล้อมรอบเป็นอะไรที่โรแมนติกสุดสุดที่นี่นักท่องเที่ยวชอบมายืนชมวิวทะเลและชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้อีกด้วยนะคะซึ่งสะพานแห่งนี้ที่จริงแล้ว

ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้สามารถเดินข้ามแม่น้ำไปสักการะพระพุทธรูปที่อยู่บนเนินหินกรางน้ำแต่ตัสะพานไม้ยังสร้างไปไม่ถึงตัวเจดีย์นะคะถ้าเราต้องการไปถึงที่เจดีย์เราจะต้องรอให้น้ำรถแล้วเท่านั้นใครอยากมาเดินชิลล์ชิลล์แบบนี้เก้าปัดหมุดแม่จันทบุรีได้เลยค่ะ

วันหยุดนี้ไปเที่ยวฟาร์มจระเข้กันเถอะ

  เคยได้ยินแต่ว่าที่จังหวัดสมุทรปราการมีฟาร์มจระเข้ขนาดใหญ่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมการแสดงของจระเข้และคนเลี้ยงจระเข้ตั้งใจไว้หลายปีแล้วว่าจะไปแต่ก็ไม่เคยได้ไปสักทีวันนี้เลยถือโอกาสชักชวนลูกสาวทั้งสองคนอยากพาลูกสาวไปเห็นจระเข้ตัวเป็นเป็นของแท้ไม่ใช่ดูแค่จากในจอทีวีตกลงลูกสาวก็อยากดูจริงนัดกันว่าเดี๋ยววันเสาร์นี้เราจะไปฟาร์มจระเข้ที่จังหวัดสมุทรปราการกันซึ่งการเดินทางเราจะใช้การเดินทางด้วยรถยนต์เพราะไปกันสามคนแม่ลูกคงไม่เหมาะกับการขึ้นรถเมล์แน่นอน

     วันนี้ถึงวันที่เรานัดกันแล้วว่าเราจะไปเที่ยวฟาร์มจระเคลูกสาวสองคนตื่นกันแต่เช้าโดยที่แม่ไม่ต้องปลุกเลยอาบน้ำแต่งตัวเสร็จลงมากินข้าวเราก็เตรียมพร้อมกันที่จะไปฟาร์มจระเคกันเลยเมื่อขับรถไปถึงที่สามจระเข้เราก็มีที่จอดรถเป็นร้านกว้างอยู่บริเวณหน้าฟาร์มซึ่งวันนี้คนค่อนข้างน้อยเราจึงไม่ต้องวนหาที่จอดรถนานและเมื่อลงจากรถแล้วก็เจอประตูทางเข้าฟาร์มจระเข้ที่มีป้ายบอกชื่อฟาร์มเสร็จแล้วตรงจุดทางเข้าจะมีจุดจำหน่ายตั๋วเราจึงต้องผัดกันไปซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปดูการแสดงของจระเข้

และเมื่อซื้อตั๋วเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อเราเดินเข้าไปข้างในยังไม่เห็นจระเข้เลยแต่เราก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับสัตว์นานาชนิดมากมายที่มีอยู่ในฟาร์มจระเข้แห่งนี้ด้วยซึ่งการมาครั้งนี้เราไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเราจะมาเห็นสัตว์ชนิดอื่นๆด้วยเพราะว่าคิดว่าฟาร์มจระเข้ก็น่าจะมีแต่จระเข้เท่านั้นเราสามคนแม่ลูกจึงแวะชมสัตว์อื่นๆที่ฟาร์มจระเข้กันก่อนไม่ว่าจะเป็นการแวะให้อาหารนกแวะเลี้ยงนมแกะป้อนอาหารกระต่ายหรือแม้แต่การดูเสือซึ่งสัตว์เหล่านี้ทางฟาร์มจระเข้มีการทำที่อยู่ให้กับสัตว์เหล่านี้ซึ่งมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน

และเมื่อเราเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยใกล้จะถึงฟันที่เลี้ยงจระเข้แล้วเราก็พบสัตว์อื่นๆอีกมากมายตลอดสองข้างทางที่เราเดินไปซึ่งเพิ่งรู้ว่าที่นี่มีพื้นที่ที่กว้างใหญ่มากเหมือนกันเดินกันจนเหนื่อยเราก็เลยไปหาจุดที่จะมีการแสดงของจระเข้ซึ่งรอเพียงไม่นานก็มีผู้ชายใส่ชุดคล้ายกับคนโบราณออกมาแล้วเขาก็เริ่มการแสดงเล่นกับจระเข้ให้เราดูเด็กเด็กถูกใจกันมากแม้จะหวาดเสียวบ้างในบางครั้งแต่ก็ชอบเมื่อการแสดงจบพวกเราทั้งสามคนก็พากันกลับบ้าน          

เทศกาลน่าไปจากทั่วโลก

ทุกๆเทศกาลที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศนั้นมักจะนำความมีชีวิตชีวาและความเบิกบานใจมาให้กับผู้คนที่เฉลิมฉลอง บางเทศกาลก็มีความเฉพาะเจาะจงร่วมด้วยไปกับประเพณีและมีแตกต่างกันไปตามเฉพาะกลุ่ม ชุมชน และเชื้อชาติ การเฉลิมฉลองเทศกาลนั้นยังให้ความหมายสำคัญกับชีวิตของเหล่าผู้คนที่มาเฉลิมฉลองอีกด้วย 

มีเทศกาลไหนบ้างล่ะที่น่าไปและไม่ควรพลาด เอาล่ะมาดูกันว่ามีเทศกาลอะไรจากทั่วโลกกันบ้าง 

  1. เทศกาลปามะเขือเทศ จัดขึ้นที่เมืองบูญอลในประเทศสเปน โดยเทศกาลจะจัดทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกๆปี ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมเทศกาลนี้จะทำการปามะเขือเทศใส่กัน ในแต่ละปีจะมีมะเขือเทศราวๆกว่า 100 ตัน ถูกปากันอย่างสนุกสนานในเทศกาลนี้ มะเขือเทศที่ใช้คือ Extremadura ซึ่งเป็นมะเขือเทศราคาถูก รสชาติไม่อร่อยค่ะ
  2. เทศกาลสาดสี จัดขึ้นทั่วประเทศอินเดียช่วงเดือนมีนาคม เป็นการเฉลิมฉลองของชาวฮินดูเพื่อระลึกถึงชัยชนะของความดีที่อยู่เหนือความชั่ว เทศกาลนี้ยังเป็นเครื่องหมายของการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ ที่เป็นฤดูของความหวังและความสุขสันต์ โดยผู้ที่เข้าร่วมเทศกาลจะทำการสาดผงสีใส่กันอย่างสนุกสนาน สีที่สาดกันจะมีความหลากหลายสวยงาม โดยตัวผงสีจะทำมาจากพืชและสมุนไพรธรรมชาติค่ะ 
  3. เทศกาลคาร์นิวัล จัดขึ้นที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ผู้คนที่เข้าร่วมเทศกาลจะทำการสวมหน้ากากที่ถูกทำขึ้นมาอย่างประณีตละเอียดงดงามและมีความแตกต่างกันไปตามความชอบของผู้ใส่ พร้อมกับแต่งตัวกันอย่างจัดเต็มอลังการ โดยในเทศกาลผู้คนจะออกมาเดินขบวนพาเหรดและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานไม่อายใคร
  4. เทศกาล Burning Man ของสหรัฐอเมริกา เทศกาลนี้ใช้เวลาจัดกันยาวนานเป็นสัปดาห์เลยล่ะค่ะ  โดยจัดที่ทะเลทราย Black Rock รัฐเนวาด้า เริ่มตั้งแต่วันจันทร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมไปจนถึงวันจันทร์แรกของเดือนกันยายน เป็นเทศกาลที่ผู้เข้าร่วมจะนำผลงานศิลปะที่หลากหลายมาจัดแสดงโชว์ และผูกมิตรกับผู้ที่เข้ามาร่วมงานอย่างสนุกสนาน และคืนวันก่อนจบเทศกาลจะมีการเผาหุ่นไม้ขนาดยักษ์อีกด้วย
  5. เทศกาลโคมไฟ จัดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน ในเทศกาลนี้คุณจะได้พบเจอกับโคมไฟนับพันๆดวงที่จะส่องสว่างสดสวยในท้องฟ้ายามราตรี เทศกาลนี้เป็นพิธีการโบราณที่มีความหมายเพื่อแสดงว่าเมืองเป็นไปด้วยความโชคดีและไม่มีโรคภัย ภายในเทศกาลจะมีการจัดแสดงโคมไฟเป็นรูปร่างต่างๆเยอะแยะสวยงามเต็มไปหมดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น รูปทรงสัตว์นานาชนิด สถานที่สำคัญๆต่างๆ และฯลฯ  
  6. เทศกาลสงกรานต์ ของประเทศไทย จัดขึ้นทุกวันที่ 13 – 15 เมษายนของทุกปี เทศกาลสงกรานต์นั้นถูกจัดเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงในระดับโลกเลยอีกด้วย เป็นเทศกาลที่มีอยู่มาอย่างช้านาน ซึ่งตรงกับวันขึ้นปีใหม่ของไทย โดยเหล่าชาวไทยและนักท่องเที่ยวจะร่วมออกมาเฉลิมฉลองเทศกาลโดยการออกมาสาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน และยังช่วยคลายร้อนจากอากาศอันอบอ้าวของเดือนเมษายนอีกด้วย