ป้ายกำกับ: แนะนำการท่องเที่ยว

4 เรื่องที่จำเป็นจะต้องรูถ้าต้องการไปเที่ยวที่นำ้ตกเอราวัณ

 

   หลายคยคงจพชอบไปเทที่ยวนำ้ตกกันใช้มั้ยค่ะ ที่ไปเที่ยวนำ้ตกเหตุผลมีไมม่เยอะหลักๆคือสวยและนำ้ใสเย็นสบาย เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อนทำให้ชาวไทยหลายคนชอบไปเที่ยวนำ้ตกกันก็เพราะว่านำ้ตกมีนำ้ท่เย็นจึงจะสามารถดับร้อนได้จึงนะเห็นว่าในช่วงหน้าร้อนคนจะมาเที่ยวนำ้ตกเยอะมากและวันนี้เราจะมาบอกถึงเรื่องที่คุณจำเป็นที่จะต้องรูถ้าต้องการไปเที่ยวนำ้ตกเอราวัณจะมีอะไรบ้่งไปดูกันเลยค่ะ

1.ต้องออกตอนเช้า ผู้แนะนำให้ออกตอนเช้าเพราะว่าถ้าเกิดว่าถึงที่น้ำตกเอราวัณในช่วงตอนเช้าบรรยากาศก็จะมีความร่มรื่นไม่ค่อยมีคนทำให้เราสามารถเล่นได้อย่างสบายใจไม่สามารถเล่นได้ตามใจชอบและที่สำคัญก็เพราะว่าถ้าเกิดว่าไปเช้าจะยังไม่มีแดกเยอะทำให้เวลาไปเล่นอากาศไม่ร้อนก็เล่นได้สบายๆยังไม่มีใครมาแย่งเล่นอีกด้วย

  1. ต้องกินอาหารมาก่อนก่อนที่จะเข้าอุทยานเพื่อไปเล่นน้ำตกเอราวัณ ไม่ต้องกินข้าวก่อนเพราะว่าจริงๆแล้วคุณเข้าไปในอุทยานก็มีอาหารขายก็จริงรสชาติเอาตามตรงก็ไม่ค่อยอร่อยมากเท่าไหร่ราคาก็แพงด้วยนำว่าควรจะกินอาหารที่ตัวเองเตรียมเองมาก่อนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องซื้อของแพงและรสชาติไม่ค่อยอร่อยในอุทยาน
  2. ถ้ามาเที่ยวกับครอบครัวให้หยุดอยู่ที่ชั้น เพราะ บางทีนะเด็กๆอาจจะเหนื่อยแล้วก็เลยพักอยู่ที่ 2 หรือบางทีมีคนแก่มาด้วยก็ให้พักอยู่ที่ชั้น 2 ดีกว่า 2 นี้มีชื่อว่าวังมัจฉาซึ่งนอกจากจะบรรยากาศเย็นสบายแล้วยังมีน้ำตกไหลผ่านมาเรื่อยๆเลยค่ะนักเรียนจะแนะนำให้อยู่ที่นี่เพราะเด็กๆหรือคนแก่อาจจะไม่มีแรงเยอะเท่ากับวัยรุ่นแต่ถึงแม้ว่าอยู่ที่ 2 เป็นชั้นที่แนะนำให้มากับครอบครัวและหยุดคะแต่ถ้าใครที่มาคนเดียวหรือมากับแฟนพี่ยังไม่มีลูกก็ยังสามารถที่จะหยุดพักที่ชั้น 2 ได้เพราะยังไงก็ถือว่าชั้น 2 นี้สวยมากๆจริงๆค่ะ
  3. ขวัญจะนำข้าวกล่องมา อย่างที่ได้บอกไปในข้อที่ 2 ว่าอาหารที่นี่ไม่อร่อยและราคาแพงแนะนำให้นำเข้ากล่องมาเผื่อว่าวันไหนที่ตัวเองหิวจะได้กินข้าวกล่องที่เตรียมมาไม่ต้องไปซื้ออาหารหรือน้ำที่พักอุทยานเตรียมไว้ให้ ยังไงก็คือเวลาเราเหนื่อยแล้วกินกับข้าวที่ตัวเองเตรียมมาเองจะรู้สึกว่าอร่อยกว่าที่อื่นแน่นอนค่ะกินไปดูบรรยากาศไปอาหารก็อร่อยถูกใจปากตัวเองก็รู้สึกดีแล้วค่ะ

   และนี่ก็คือข้อจำเป็นที่คุณจะต้องรู้ 4 ข้อ จำข้อ 4 ข้อนี้ไว้ให้ได้นะคะ

การเดินทางท่องเที่ยวที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี 

ผมเดินทางเข้าสู่จังหวัดสุราษฏร์ธานีในช่วงสายของวันเพื่อตรงเข้าสู่ทางการไปเกาะสมุยการเดินทางแบบ THE PLAN IS NO PLAN ที่ผมได้ซึมซับมาในการเดินทางครั้งก่อนๆทำให้การเดินทางของผมครั้งนี้ไม่ถูกวางแผนใดๆไว้ก่อนคงมีเพียงที่พักที่ผมได้จองไว้เป็นแลนด์มาร์คเดียวที่ผมรู้จักในเกาะสมุยแห่งนี้

ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจคำว่า THE PLAN IS NO PLAN ดีพอ หรือเปล่าแต่การเดินทางที่เริ่มจากศูนย์ไปถึงร้อยของผมก็เริ่มต้นขึ้นแล้วบางครั้งการเริ่มต้นที่ไม่รู้จะเจออะไรข้างหน้าบ้างก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเสพติดในการเดินทางทุกๆทริปอย่างที่ผมคิดเสมอว่าการไม่คาดหวังนั้นเป็นสิ่งที่ควรมีที่สุดในการเดินทางการที่เราจะเชื่อมั่นในความสวยงามของประเทศของเรานั้นเป็นสิ่งแรกๆที่ผมได้เรียนรู้จากการเดินทางที่ผ่ามาของผมว่าประเทศไทยยังคงเชื่อใจได้เสมอใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆในการนั่งเรือจากสุราษฏร์ธานีมายังเกาะสมุยและผมก็ตรงเข้าสู่โรงแรมมานะไทย

ในเวลาที่แสงแดดน่าจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุดผมก็เริ่มต้นเช็คอินกับเค้าสักทีเมื่อได้ห้องพักเป็นที่เรียบร้อยก็ได้เวลาที่จะทำความรู้จักกับเกาะสมุยแต่ถ้าจะให้ดีที่สุดผมคิดว่าเราควรทำความรู้จักกับสมุยในมุมของคนพื้นที่ที่น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากที่สุดในตอนนี้ผมนั่งคุยกับคนขายทัวร์อยู่ครึ่งชั่วโมงเธอแนะนำให้ผมเช้ามอเตอร์ไซค์ในการเดินทางไปยังจุดต่างๆของเกาะแห่งนี้และคำถามที่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวของผมก็มากขึ้นเรื่อยๆ

จนในสุดท้ายผมคิดว่าเธอคงมีเวลาเหลือพอในหลังเลิกงานของเธอเธอจึงอาสาพาผมไปเที่ยวหลังเธอเลิกงาน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวเลย สำหรับการแบกเป้มาท่องเที่ยวคนเดียวในช่วงบ่ายที่ยังมีเวลาเหลือเฟือนั้นผมได้ตรงเข้า  สู่หาดละไม ณ เกาะสมุยเป็นจุดรับคลื่นลมและแสงแดดของบ่ายวันนี้ในฤดูร้อนชายหาดเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดผู้คนเพื่อให้ลืมความกลัวแดดที่หลายคนมีและสิ่งที่หน้าแปลกก็คือการแตกแอร์เย็นๆ ในห้องสี่เหลี่ยมก็ไม่ทำให้เย็นใจเท่ากับการมาท่องเที่ยวทะเลในวันที่แสงแดดสดใสแบบนี้

เมื่อมายังเกาะสมุยในระแวกไกล้เคียงหาดละไมนี้ผมก็คงจะไม่พลาดในการไปชมวิวหินตายายที่ชาวบ้านได้แนะนำ ซึ่งรูปพรรณสัณฐานที่ชาวบ้านได้บอกเล่าเกี่ยวกับหินตายยนั้นคงจะเป็นหินที่มีเอกลักษณ์ที่เมื่อพบเห็นก็สามารถรู้ได้ทันทีนิ้วของผมถูกหินเจาะเข้าไปลึกประมาณ 2-3 มิลลิเมตรพร้อมกับแผลหินบาดทั่วตัว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  next88

ท่องเที่ยวนั่งเรือชมวัดทั้ง 5

ท่องเที่ยวนั่งเรือชมวัดทั้ง 5 ณ จังหวัดสมุทรสงคราม

ในวันที่เช้ามืดของในวันรุ่งขึ้นผมก็ได้มารอคอยพระอยู่ที่ท่าน้ำในขณะที่ป้าเจ้าของบ้านกำลังต้มข้าวต้มในยามเช้าจากนั้นผมก็ได้ร่วมทำบุญกับคุณป้าคนที่ผมเพียงได้พบหน้าเมื่อวานและในช่วงเวลลาสั้นๆนี้มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีค่าที่ตัวผมเองจะต้องเก็บเกี่ยวเอาไว้เพราะมันคงจะมีน้อยครั้งในชีวิตที่คนเราจะได้ทำบุญร่วมกับคนที่เพิ่งได้รู้จักกันเหมือนอย่างวันนี้ในมากมายหลายล้านของความรู้สึกที่คนเราจะแบ่งปันให้กันได้และแค่เพียงไม่กี่โอกาสของคนเราที่ได้โคจรมาแลกเปลี่ยนความทรงจำกัน

ซักช่วงนึงของชีวิต ผมลากับป้า ณ บ้านพักคุณยายเชื้อและเข้าสู่ยามเช้าของอัมพวาที่ตื่นเต้นขึ้นอีกครั้งและพร้อมกับแสงแดดที่กำลังจะผ่านม่านหมอกลงมา ณ กิจกรรมในยามเช้าของที่นี้ที่ตัวของผมเองนั้นจะพลาดไม่ได้ก็คงจะเป็นการนั่งเรือชม ห้าวัด เมื่อคนได้เข้ามานั่งเต็มเรือการเดินทางนั้นมันก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในการล่องเรือชมวัดทั้งห้าวัดนี้ผมขอสารภาพเลยว่า วัดทที่ผมจะต้องการเดินทางไปจริงๆนั้น คือ วัดบางกุ้ง วัด ที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุทยาเป็นราชธานีได้ถูกปกคลุมด้วยลากไม้ใหญ่จาก ต้นโพธิ์ ต้นไทร และ ต้นไกร

มันจึงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวใครหลายคน และ รวมทั้งตัวผมต้องการที่จะต้องพบเห็นให้ได้ซักครั้งในชีวิตหลังจากที่ผมได้ออกเดินทางมาได้ซักระยะแล้วมันก็ทำให้ผมได้ค้นพบได้อย่างหนึ่งว่าการเดินทาคนเดียวจะมอบเพื่อนแท้ให้คุณอย่างน้อยหนึ่งคนในชีวิตและเพื่อนแท้คนนั้นก็คือตัวของคุณเองเพื่อคนสำคัญที่มีบทบาทมากที่สุดในชีวิตของคุณและถ้ารู้จักเพื่อนคนนี้อย่างถ่องแท้แล้ว คำว่าเหงามันจะไม่มีตัวตนกับคุณอีกเมื่อได้เดินมาทั้งสี่วัดแล้วสถานีสุดท้ายของการล่องเรือชม วัดทั้งห้า  ก็คือวัดบางกุ้ง

คนที่ไม่ได้เข้าวัดเข้าวาอย่างผมตั้งแต่ออกท่องเที่ยวได้กลับกลายเป็นว่าเข้าออกวัดเป็นว่าเล่นคงเป็นเรื่องจากที่ตัวผมในอดีตกำลังขำอยู่มีอยู่วันหนึ่งก่องที่ผมจะเริ่มเดินทางท่องเที่ยวผมนั่งคุยกับเพื่อนถึงวีรกรรมเรื่องราวในอดีตของเราที่เคยผ่านอะไรมาต่างๆนาๆในบทสนทนานั้นเรามีความสุขและขำขันกันไปแต่เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลงผมกลับรู้สึกใจหายและพบว่าตนเองเหลือเพียงเรื่องราวในอดีตที่สามารถสร้างความสุขให้กับชีวิตของตัวเอง

ได้มันช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าหดหู่ใจสำหรับผมมากในช่วงแรกผมรู้สึกโทษสิ่งรอบข้างที่น่าตื่นเต้นน้อยลงทุกทีทำให้ชีวิตไร้ปลายทางยึดติดแต่เมื่อเวลาผ่านไปผมจึงได้เข้าใจตนเองว่าสิ่งที่ได้พรากตัวตนและแนวคิดอันหลากหลายของตัวผมออกไป คือ การเป็นผู้ใหญ่

 

สนับสนุนโดย  dewabet

ไหว้พระฮ่องกง เพื่อขอพรต่อเทพแชกง

วัดที่ฮ่องกงนั้น มีหลายวัดที่ศักดิ์สิทธิ์

ซึ่งเราที่เป็นคนต่างชาตินั้นได้มีจิตศรัทธาที่ตั้งใจจะไปไหว้แล้วนั้น คิดว่าคงไหว้กันได้ไม่หมดแน่ๆ เพราะวัดศักดิ์สิทธิ์มากเหลือเกิน แต่หากคุณมีเวลาจำกัดในการเดินทางครั้งนี้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไปฮ่องกงก็ประมาณ 3 วัน 2 คืน หรือ 4 วัน 3 คืน เท่านั้น คุณอาจจะต้องเลือกวัดที่ไปไหว้แล้วครอบคลุมในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการนั่นก็คือ เงิน สุขภาพ การเดินทาง และความเป็นอยู่ ซึ่งทั้งหมดสี่อย่างที่กล่าวมานี้ จะมีอยู่หนึ่งวัด ที่คนส่วนใหญ่จะขอเรื่องเหล่านี้

นั้นคือวัดแชกง วัดดังและศักดิ์สิทธืของคนฮ่องกง  เพราะวัดนี้เวลามาคุณก็จะขอทั้งสี่อย่างนี้ได้เลยที่เดียว และการเดินทางค่อนข้างง่ายและสะดวกแค่คุณลงสถานีรถไฟวัดแชกง คุณเดินออกมาจากสถานี และข้ามถนนมานั้น คุณก็จะเจอวัดแห่งนี้

และเมื่อพอคุณเข้าไปนั้น วิธีการไหว้นั้นไม่ต้องเป็นกังวลอะไรเลย เพราะที่วัดนี้ พนักงานฮ่องกง ส่วนใหญ่พูดหรือให้คำแนะนำเป็นภาษาไทยได้หมด รวมถึงป้ายภาษาไทยที่เขียนไว้เพื่ออธิบายกับคนไทย และนักท่องเที่ยวทั่วไป จากนั้นคุณซื้อชุดไหว้ ซึ่งก็จะมีหลายราคาตามกำลังและความศรัทธา จากนั้นคุณจุดธูปและอธิษฐานอยู่ตรงลานเบื้องหน้าที่ทางสถานที่ของวัดจัดเตรียมไว้ให้ เมื่อจุดธูปขอพรเสร็จแล้วนั้น ให้คุณปักธูปลงตามจุดกระถางต่างๆ แล้วเดินเข้าไปว่าองค์เทพเจ้าแชกง ที่สูงสวยงามน่าเกรงขามอยู่ภายในวัด โดยให้คุณเหลือธูปสามดอกเข้าไปปักกระถางที่วางอยู่ข้างหน้าท่านและกราบไหว้ขอพรกันอีกที

ซึ่งเมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ตรงจุดทางออกนั้นจะมีกังหันจำลองขนาดใหญ่ให้คุณได้ออกมาหมุนตามเข็มนาฬิกาสามครั้ง เพื่อกราบขอพร จากนั้นถือเป็นอันเสร็จพิธี ซึ่งพรทั้งสี่ข้อที่จะขอตามใบพัดกังหันที่มีสี่อันนั้น ก็จะมีเรื่องของสุขภาพ เงินทอง ธุรกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งภายในบริเวณวัดนั้นก็จะมีกังหันจำลองหรือจี้และกำไรข้อมูลให้ผุ้มีความศรัทธาซื้อและนำกลับไปบูชาเองที่ประเทศไทย โดยทางวัดก็จะอำนวยความสะดวกบรรจุให้อย่างเรียบร้อย ซึ่งเมื่อซื้อแล้วนั้น

ทางวัดจะมีการแนะนำเพื่อเอากังหันหรือเครื่องประดับที่เราตั้งใจซื้อบูชานั้นพาไปทำพิธีให้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นความเชื่อบุคคลแต่ส่วนใหญ่แล้วเท่าที่รู้มาทั้งคนฮ่องกงเองหรือคนประเทศไทย ในทุกๆ ปีก็จะกลับไปกราบไหว้ที่วัดแห่งนี้อีกครั้งในทุกๆปี เลยทีเดียว นั่นจึงบอกเป็นนัยๆว่าหากเราศรัทธาจริง ทุกอย่างก็จะเป็นจริง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  entaplay