ป้ายกำกับ: สถานที่ท่องเที่ยว

วันหยุดนี้ไปเที่ยวฟาร์มจระเข้กันเถอะ

  เคยได้ยินแต่ว่าที่จังหวัดสมุทรปราการมีฟาร์มจระเข้ขนาดใหญ่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมการแสดงของจระเข้และคนเลี้ยงจระเข้ตั้งใจไว้หลายปีแล้วว่าจะไปแต่ก็ไม่เคยได้ไปสักทีวันนี้เลยถือโอกาสชักชวนลูกสาวทั้งสองคนอยากพาลูกสาวไปเห็นจระเข้ตัวเป็นเป็นของแท้ไม่ใช่ดูแค่จากในจอทีวีตกลงลูกสาวก็อยากดูจริงนัดกันว่าเดี๋ยววันเสาร์นี้เราจะไปฟาร์มจระเข้ที่จังหวัดสมุทรปราการกันซึ่งการเดินทางเราจะใช้การเดินทางด้วยรถยนต์เพราะไปกันสามคนแม่ลูกคงไม่เหมาะกับการขึ้นรถเมล์แน่นอน

     วันนี้ถึงวันที่เรานัดกันแล้วว่าเราจะไปเที่ยวฟาร์มจระเคลูกสาวสองคนตื่นกันแต่เช้าโดยที่แม่ไม่ต้องปลุกเลยอาบน้ำแต่งตัวเสร็จลงมากินข้าวเราก็เตรียมพร้อมกันที่จะไปฟาร์มจระเคกันเลยเมื่อขับรถไปถึงที่สามจระเข้เราก็มีที่จอดรถเป็นร้านกว้างอยู่บริเวณหน้าฟาร์มซึ่งวันนี้คนค่อนข้างน้อยเราจึงไม่ต้องวนหาที่จอดรถนานและเมื่อลงจากรถแล้วก็เจอประตูทางเข้าฟาร์มจระเข้ที่มีป้ายบอกชื่อฟาร์มเสร็จแล้วตรงจุดทางเข้าจะมีจุดจำหน่ายตั๋วเราจึงต้องผัดกันไปซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปดูการแสดงของจระเข้

และเมื่อซื้อตั๋วเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อเราเดินเข้าไปข้างในยังไม่เห็นจระเข้เลยแต่เราก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับสัตว์นานาชนิดมากมายที่มีอยู่ในฟาร์มจระเข้แห่งนี้ด้วยซึ่งการมาครั้งนี้เราไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเราจะมาเห็นสัตว์ชนิดอื่นๆด้วยเพราะว่าคิดว่าฟาร์มจระเข้ก็น่าจะมีแต่จระเข้เท่านั้นเราสามคนแม่ลูกจึงแวะชมสัตว์อื่นๆที่ฟาร์มจระเข้กันก่อนไม่ว่าจะเป็นการแวะให้อาหารนกแวะเลี้ยงนมแกะป้อนอาหารกระต่ายหรือแม้แต่การดูเสือซึ่งสัตว์เหล่านี้ทางฟาร์มจระเข้มีการทำที่อยู่ให้กับสัตว์เหล่านี้ซึ่งมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน

และเมื่อเราเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยใกล้จะถึงฟันที่เลี้ยงจระเข้แล้วเราก็พบสัตว์อื่นๆอีกมากมายตลอดสองข้างทางที่เราเดินไปซึ่งเพิ่งรู้ว่าที่นี่มีพื้นที่ที่กว้างใหญ่มากเหมือนกันเดินกันจนเหนื่อยเราก็เลยไปหาจุดที่จะมีการแสดงของจระเข้ซึ่งรอเพียงไม่นานก็มีผู้ชายใส่ชุดคล้ายกับคนโบราณออกมาแล้วเขาก็เริ่มการแสดงเล่นกับจระเข้ให้เราดูเด็กเด็กถูกใจกันมากแม้จะหวาดเสียวบ้างในบางครั้งแต่ก็ชอบเมื่อการแสดงจบพวกเราทั้งสามคนก็พากันกลับบ้าน          

เทศกาลน่าไปจากทั่วโลก

ทุกๆเทศกาลที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศนั้นมักจะนำความมีชีวิตชีวาและความเบิกบานใจมาให้กับผู้คนที่เฉลิมฉลอง บางเทศกาลก็มีความเฉพาะเจาะจงร่วมด้วยไปกับประเพณีและมีแตกต่างกันไปตามเฉพาะกลุ่ม ชุมชน และเชื้อชาติ การเฉลิมฉลองเทศกาลนั้นยังให้ความหมายสำคัญกับชีวิตของเหล่าผู้คนที่มาเฉลิมฉลองอีกด้วย 

มีเทศกาลไหนบ้างล่ะที่น่าไปและไม่ควรพลาด เอาล่ะมาดูกันว่ามีเทศกาลอะไรจากทั่วโลกกันบ้าง 

  1. เทศกาลปามะเขือเทศ จัดขึ้นที่เมืองบูญอลในประเทศสเปน โดยเทศกาลจะจัดทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมของทุกๆปี ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมเทศกาลนี้จะทำการปามะเขือเทศใส่กัน ในแต่ละปีจะมีมะเขือเทศราวๆกว่า 100 ตัน ถูกปากันอย่างสนุกสนานในเทศกาลนี้ มะเขือเทศที่ใช้คือ Extremadura ซึ่งเป็นมะเขือเทศราคาถูก รสชาติไม่อร่อยค่ะ
  2. เทศกาลสาดสี จัดขึ้นทั่วประเทศอินเดียช่วงเดือนมีนาคม เป็นการเฉลิมฉลองของชาวฮินดูเพื่อระลึกถึงชัยชนะของความดีที่อยู่เหนือความชั่ว เทศกาลนี้ยังเป็นเครื่องหมายของการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ ที่เป็นฤดูของความหวังและความสุขสันต์ โดยผู้ที่เข้าร่วมเทศกาลจะทำการสาดผงสีใส่กันอย่างสนุกสนาน สีที่สาดกันจะมีความหลากหลายสวยงาม โดยตัวผงสีจะทำมาจากพืชและสมุนไพรธรรมชาติค่ะ 
  3. เทศกาลคาร์นิวัล จัดขึ้นที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ผู้คนที่เข้าร่วมเทศกาลจะทำการสวมหน้ากากที่ถูกทำขึ้นมาอย่างประณีตละเอียดงดงามและมีความแตกต่างกันไปตามความชอบของผู้ใส่ พร้อมกับแต่งตัวกันอย่างจัดเต็มอลังการ โดยในเทศกาลผู้คนจะออกมาเดินขบวนพาเหรดและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานไม่อายใคร
  4. เทศกาล Burning Man ของสหรัฐอเมริกา เทศกาลนี้ใช้เวลาจัดกันยาวนานเป็นสัปดาห์เลยล่ะค่ะ  โดยจัดที่ทะเลทราย Black Rock รัฐเนวาด้า เริ่มตั้งแต่วันจันทร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมไปจนถึงวันจันทร์แรกของเดือนกันยายน เป็นเทศกาลที่ผู้เข้าร่วมจะนำผลงานศิลปะที่หลากหลายมาจัดแสดงโชว์ และผูกมิตรกับผู้ที่เข้ามาร่วมงานอย่างสนุกสนาน และคืนวันก่อนจบเทศกาลจะมีการเผาหุ่นไม้ขนาดยักษ์อีกด้วย
  5. เทศกาลโคมไฟ จัดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน ในเทศกาลนี้คุณจะได้พบเจอกับโคมไฟนับพันๆดวงที่จะส่องสว่างสดสวยในท้องฟ้ายามราตรี เทศกาลนี้เป็นพิธีการโบราณที่มีความหมายเพื่อแสดงว่าเมืองเป็นไปด้วยความโชคดีและไม่มีโรคภัย ภายในเทศกาลจะมีการจัดแสดงโคมไฟเป็นรูปร่างต่างๆเยอะแยะสวยงามเต็มไปหมดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น รูปทรงสัตว์นานาชนิด สถานที่สำคัญๆต่างๆ และฯลฯ  
  6. เทศกาลสงกรานต์ ของประเทศไทย จัดขึ้นทุกวันที่ 13 – 15 เมษายนของทุกปี เทศกาลสงกรานต์นั้นถูกจัดเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงในระดับโลกเลยอีกด้วย เป็นเทศกาลที่มีอยู่มาอย่างช้านาน ซึ่งตรงกับวันขึ้นปีใหม่ของไทย โดยเหล่าชาวไทยและนักท่องเที่ยวจะร่วมออกมาเฉลิมฉลองเทศกาลโดยการออกมาสาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน และยังช่วยคลายร้อนจากอากาศอันอบอ้าวของเดือนเมษายนอีกด้วย

พาไปเที่ยวน้ำตกสามหลั่นที่จังหวัดสระบุรี 

หากใครที่ชื่นชอบการเล่นน้ำอยากจะไปสัมผัสกับน้ำใส่สายและบรรยากาศโดยรอบที่มีต้นไม้ หลากหลายสายพันธุ์ที่เราได้สัมผัสกับความงามตามธรรมชาติขอแนะนำอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นที่นี่คุณจะได้สัมผัสความสวยงามของน้ำตก

ซึ่งหากใครต้องการที่จะนอนพักค้างคืนเพื่อฟังเสียงนกร้องในยามค่ำคืนสำหรับที่อุทยานน้ำตกสามหลั่นนี้จะมีที่พักขอให้บริการนักท่องเที่ยวหรือหาใครไม่อยากจะนอนพักก็สามารถมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็ได้โดยที่นี่จะอยู่ห่างจากกรุงเทพแค่เพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้นเองการเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติ สามหลั่น นั้นคุณสามารถขับรถตรงจากกรุงเทพแล้วขับรถตรงมาผ่านมาทางบริเวณอำเภอหนองแคได้เลยซึ่งที่นี่จะมีสวิวทิวทัศน์ที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปลักษณะของน้ำตกสามหลั่นนั้น

จะมีลักษณะของน้ำที่ไหลลงมากระทบหินเป็นในลักษณะของขั้นบันไดซึ่งโขดหินของที่นี่จะเป็นหินกว้างที่ลดหลั่นกันลงมาโดยน้ำตกที่นี่จะอยู่ห่างจากอุทยานประมาณ 400 เมตรจะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมความงามของน้ำตกสามหลั่นเฉพาะในช่วงหน้าฝนเท่านั้น เนื่องจากที่นี่ในหน้าแล้งน้ำจะมีปริมาณน้อยมากซึ่งไม่เพียงพอต่อการเล่นน้ำของนักท่องเที่ยวและใกล้ใกล้กับน้ำตกสามหลั่นเดินไปเพียงแค่ 400 เมตรเท่านั้นคุณก็จะเจอกับน้ำตกภูหินดาดแต่น้ำตกที่นี่จะเป็นน้ำตกขนาดเล็กมีฉันน้ำตกแค่เพียงชั้นเดียว

เป็นลักษณะลานหินกว้างและจุดเด่นของที่น้ำตกแห่งนี้

ก็คือจะมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อยู่ด้านข้างน้ำตกคอยให้ความร่มรื่นแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการมานั่งพักผ่อนเพื่อชมความงามของธรรมชาติ และเดินมาอีกหน่อยแค่เพียง 400 เมตรเช่นกันคุณจะได้พบกับน้ำตกโตนรากไทรมีลักษณะคล้ายกับน้ำตกโพธิ์หินดาดนั่นก็คือเป็นน้ำตกหินชั้นเดียวที่จะมีน้ำไหลลงมาจากผาสูงลงมาสู่แอ่งน้ำข้างล่าง

ซึ่งที่นี่นักท่องเที่ยวต่างนิยมมาเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมากสำหรับน้ำตกถึงสามจุด นักท่องเที่ยวสามารถ เดินชมความงามของน้ำตกได้ตลอดเวลาเพราะน้ำตกทั้งสามที่นี้แต่ละที่จะห่างกันแค่เพียง 400 เมตรเท่านั้นและที่นี่ก็สามารถเดินกลับไปยังอุทยานที่พักที่นักท่องเที่ยวได้จองห้องพักเอาไว้ซึ่งห่างจากอุทยานที่พักแค่เพียง 400 เมตรเช่นเดียวกันทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากเพราะนอกจากจะได้เล่นน้ำแล้วยังได้เห็นธรรมชาติของสัตว์ป่าอีกด้วยและหากทั้งนักท่องเที่ยวคนไหนยังท่องเที่ยวกันไม่จุใจใกล้ใกล้กับอุทยานแห่งชาตินี้คุณสามารถแวะไปเที่ยววัดพระพุทธะฉายอุโมงค์รถไฟพระพุทธะฉายรวมถึงไปดูซากเจดีย์โบราณบนยอดเขาเรดาร์ได้อีกด้วย