ป้ายกำกับ: สถานที่ท่องเที่ยว

พาเที่ยวชมความงามของมาชูปิกชู

พาเที่ยวชมความงามของมาชูปิกชู เมืองของชนเผ่าอินคาที่หายสาบสูญ

            ที่ประเทศเปรูเราจะพบซากอารยธรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณอาการมีความสวยงามโดดเด่นซึ่งสถานที่แห่งนี้เรียกว่ามาชูปิกชูโดยที่นี่จะมีการก่อสร้างไว้บนเทือกเขาสูงซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นอารยธรรมที่มีมานานหลายพันปีแล้วโดยมีการคาดการณ์ว่าน่าจะถูกก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยคริสตศักราช 1450 และสูญหายไปตามกาลเวลาจนถูกขนานนามว่าเมืองสาบสูญแห่งอินคาซึ่งต่อมานักโบราณคดีที่ชื่อว่าไฮแรม  บิงแฮม ได้มีการค้นพบมาชูปิกชูในปีพศ 2454 โดยนักโบราณคดีคนนี้นอกจากจะค้นพบมาชูปิกชูแล้วเขายังค้นพบเอกสารทางประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่เชื่อได้ว่ามาชูปิกชูนี้

เกิดขึ้นในจักรวรรดิอินคาที่นี่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากโดยมีความสูงถึง 2350 เมตรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานที่หากใครต้องเดินทางมาที่ประเทศเปรูแล้วพลาดไม่ได้เลยที่จะต้องมาเยี่ยมชมความงดงามของสถานที่แห่งนี้เนื่องจากที่นี่เป็นลักษณะของ ปราสาทที่อยู่บนยอดเขาเวลาที่ขึ้นไปด้านบนของประสาทแล้วมองลงมาจะมองเห็นความสวยงามของวิวทิวทัศน์ที่อยู่ด้านล่างรวมถึงหากมองด้านบนแล้วมองออกไปข้างนอกจะเหมือนกับเราอยู่บนสรวงสวรรค์ก็ไม่ปานเนื่องจากว่าจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของหุบเขารวมถึงท้องฟ้า

ที่มีก้อนเมฆสีขาวตลับเขียวเต็มไปหมดที่นี่เป็นสิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างด้วยการ นำหินก้อนเล็กๆมาเรียงรายต่อกันจนเกิดเป็นประสาทขึ้นมาและการเดินทางมาที่เมืองมาชูปิกชูนี้สามารถที่จะนั่งเป็นรถไฟฟ้าหรือรถโดยสารประจำทางมาก็ได้ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะมาถึงโดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้คือ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ซึ่งมีการประกาศเอาไว้เมื่อปีพศ 2550 นักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่ต่างก็ยกย่องว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีความสวยงามแปลกตาไม่เหมือนใครคุณสามารถที่จะนั่งชมความงดงามของธรรมชาติได้เป็นวันๆโดยไม่มีเบื่อและที่นี่หากคุณมองลงไปด้านล่างคุณจะพบกับจุดชมวิวซึ่งจะมองเห็นแม่น้ำไหลผ่านกับหุบเขาโดยเชื่อกันว่าแม่น้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งของชนเผ่าต่างๆรวมถึงชนเผ่าอินคาด้วยซึ่งแม่น้ำแห่งนี้เราเรียกกันว่าแม่น้ำอูรูบัมบาสิ่งที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับคนที่พบเห็นและกลายมาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกได้นั้นเนื่องจากว่าสิ่งก่อสร้างทั้งหมดของที่นี่เกิดจากการกระทำของฝีมือมนุษย์

ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นได้มีการขนย้ายอิฐขึ้นมาบนภูเขาสูงและนำมาต่อเรียงรายกันเกิดเป็นกำแพงเกิดเป็นอาคารบ้านเรือนซึ่งในสมัยโบราณนั้นไม่มีอะไรที่จะสามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการขนย้ายพวกหินเหล่านี้ได้เลยดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์อย่างมากที่ชาวเผ่าอินคาได้มีการขนหินก้อนเล็กๆทีละก้อนขึ้นมาบนยอดเขาที่สูงมากขนาดนี้แล้วมาสร้างเป็นสถานที่ที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวรุ่นหลังได้มาเยี่ยมชม

ท่องเที่ยว ชิเชนอิตซา ซากอารยธรรมของชนเผ่ามายา ประเทศเม็กซิโก

           หากใครก็ตามที่เคยค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกโยมจะรู้ว่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่พูดถึงกันนั้นมีวิหารพีระมิด เอลกาสตีโย รวมอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งวิหารพีระมิด เอลกาสตีโย นี้ เป็นส่วนหนึ่งของชิเชนอิตซาซึ่งอยู่ในรัฐยูกันตัง ประเทศเม็กซิโกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลเมืองเม็กซิโกต่างก็ภาคภูมิใจเป็นอย่างมากเพราะที่นี่เป็นโบราณสถาน

ซึ่งมีอารยธรรมเก่าแก่มายาวนานโดยมีการเชื่อกันว่าผู้ที่สร้างอารยธรรมมาเริ่มแรกก็คือชนเผ่าเมืองมายาที่ได้อพยพมาอาศัยอยู่ในประเทศเม็กซิโกแห่งนี้ในปัจจุบันสถานที่นี้ถูกตั้งให้เป็นมรดกของโลกอีกชิ้นหนึ่งที่มีความสำคัญและควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ทางประวัติศาสตร์ยาวนานของชิเชนอิตซาว่ากันว่ามีการสร้างมาตั้งแต่ในสมัยช่วงคริสต์ศักราช 600 ถึง 1,200  

ซึ่งสถาปัตยกรรมต่างๆเหล่านี้ถูกก่อสร้างมาโดยชนเผ่ามายาซึ่งในขณะนั้นเป็นชนเผ่าที่มีความฉลาด และมีความเก่งในเรื่องของดาราศาสตร์เป็นชนเผ่าที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในสมัยนั้นซึ่งพวกเขาได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าทึ่งขึ้นมาดรีมสีมือของมนุษย์ซึ่งที่นี่จะมีการสร้างตั้งแต่วิหารพีระมิด   หอดูดาว   โรงอาบน้ำ    พระราชวัง  และอื่นๆอีกมากมายซึ่งกินพื้นที่มากถึง 64 ตารางกิโลเมตรโดยสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบันซึ่งนักท่องเที่ยวต่างก็พากันเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อต้องการชื่นชมอารยธรรมในสมัยโบราณซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนในสมัยโบราณ

จะสามารถสร้างสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้เนื่องจากในสมัยนั้นไม่ได้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากนักที่จะสามารถนำมาสร้างสิ่งต่างๆเหล่านี้โดยจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นพระราชวังหรือมหาวิหารต่างๆถูกก่อสร้างมาจากการนำหินก้อนเล็กๆมาเรียงต่อกันให้เป็นรูปร่างขึ้นมาซึ่งต้องใช้ระยะเวลายาวนานและจำนวนคนเป็นอย่างมากกว่าจะก่อสร้างสถานที่ต่างๆ

เหล่านี้เสร็จสิ้นแต่ทางชนเผ่ามายาเองก็แสดงให้เห็นแล้วว่าถึงแม้ว่าจะผ่านมาเป็นพันปีแต่พวกเขาก็สามารถที่จะสร้างสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ชนเผ่ามายาคือชนเผ่าที่ได้รับการยกย่องว่าสามารถทำนายดวงชะตาล่วงหน้าได้นับเป็นพันๆปีซึ่งมีหลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ สำหรับ พีระมิด เอลกาสตีโย เป็นพีระมิดที่มีความสูงมากถึง 9 ชั้นด้วยกันโดยลักษณะรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งมีการก่อสร้างบันไดให้สามารถขึ้นไปถึงด้านบนของยอดพีระมิดได้โดยการสร้างบันไดไว้ทั้ง 4 ด้านของพีระมิดและเมื่อเรานับจำนวนขั้นบันไดแล้วก็จะพบว่าแต่ละด้านนั้นมีบันไดทั้งหมด 91 ขั้นและทั้ง 4 ด้านนั้น

มีจำนวนขั้นบันไดเท่าเทียมกันทั้งหมดและถ้าหากมีการนับจำนวนขั้นบันไดทั้ง 4 ด้านนำมารวมกันแล้วจะพบว่ามียอดรวมทั้งหมด 365 ขั้นขึ้นก็จะตรงเท่ากับ 1 ปีในรอบปฏิทินปัจจุบันโดยเชื่อกันว่าพีระมิดแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ในการบูชาเทพเจ้าและที่สำคัญชาวมายายังใช้สถานที่แห่งนี้ในการทำเป็นหอดูดาวแต่ปัจจุบันเนื่องจากการเวลาผ่านไปนานสิ่งก่อสร้างที่สวยงามก็ผุพังลงซึ่งตอนนี้เราสามารถจะยังคงเห็นซากอารยธรรมได้บางส่วนเท่านั้นซึ่งสถานที่แห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี

เที่ยวถ้ำเขาบินที่จังหวัดราชบุรี

              นักท่องเที่ยวหลายคนที่ชอบท่องเที่ยวแบบผจญภัยไม่ควรพลาดที่จะไปท่องเที่ยวในถ้ำที่มีความงดงามแปลกตา

ซึ่งที่จังหวัดราชบุรีนี้ก็มีทำให้นักท่องเที่ยวได้มาลองศึกษาค้นหาข้อมูลประวัติความเป็นมาซึ่งน่าจะยาวนานโดยในถ้ำที่จะแนะนำวันนี้คือถ้ำเขาบินซึ่งที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ห่างจากตัวจังหวัดราชบุรีอยู่ประมาณ 20 กิโลเมตร

แต่การเดินทางมาที่ถ้ำแห่งนี้มาง่ายมากเนื่องจากว่าจะมีป้ายบอกทางให้นักท่องเที่ยวเห็นอย่างชัดเจนขับรถแล้วมองป้ายมาก็จะสามารถเดินทางมาถึงที่ถ้ำแห่งนี้ได้เลยสำหรับถ้ำเขาบินนี้จะอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งภายในถ้ำเราจะมองเห็นหินงอกหินย้อยเต็มไปหมดและภายในถ้ำจะมีการติดไฟเป็นสีสันสวยงามสองแถวผนังถ้ำทำให้เราไม่ได้รู้สึกวังเวงหรือน่ากลัวแต่อย่างใดๆ

ภายในถ้ำเป็นอุโมงค์ทรงสูงทำให้เราไม่อึดอัดเวลาเข้าไปชมความงามภายในถ้ำได้มาเที่ยวที่ถ้ำเขาบินนี้ถือว่าเป็นถ้ำที่สะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวมากเนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่มีการอำนวยความสะดวกไว้มากมายหลายอย่างเมื่อเข้ามาภายในถ้ำจะเห็นตามผนังถ้ำมีทั้งแสงสีฟ้าสีเขียวสีน้ำเงินแตกต่างกันไปมากมา

ตามแต่ละจุดที่เราเดินผ่านซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ท่องเที่ยวภายในถ้ำแห่งนี้ก็จะมาชมความงดงามของหินงอกหินย้อยและลักษณะการโค้งภายในถ้ำ 

สำหรับที่นี่เมื่อเราเข้าไปด้านในแล้วจะพบว่ามีช่องรายช่องให้เราเลือกเดินเข้าไปซึ่งทั้งหมดแล้วนับได้อยู่ที่ประมาณ 8 ช่องใหญ่ๆด้วยกันซึ่งแต่ละช่องก็จะเกิดหินงอกหินย้อยที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกันออกไปและก็มีการตั้งชื่อช่องแต่ละช่องเอาไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีการจดจำและเมื่อเดินทางไปถึงตรงจุดกึ่งกลางของถ้ำ

ก็จะมีห้องโถงเป็นห้องโถงใหญ่ซึ่งที่นี่มีการเรียกชื่อกันว่าโถงอาคันตุกะโดยมองกันว่าห้องโถงแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนกับห้องรับแขกภายในบ้านหลายคนมีความเชื่อกันว่าที่ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่จะเปิดให้กับคนที่มีบุญญาธิการเท่านั้นที่จะสามารถเข้ามาเที่ยวได้โดยถ้าหากใครสามารถเดินทางไปจนถึงห้องโถงกลางค่ำได้นั่นหมายถึงว่าเป็นผู้ที่มีบุญบารมีสูง

และถ้าหากเดินผ่านพ้นห้องโถงกลางค่ำนี้ออกไปอีกก็จะทำให้ใครที่มีเรื่องเศร้าโศกเสียใจหรือมีเรื่องทุกข์ใจก็จะคลายความทุกข์เหล่านั้นลงไปได้และหากใครก็ตามที่ต้องการมาเที่ยวที่ถ้ำแห่งนี้ควรจะเดินตามเส้นทางที่ทางเจ้าหน้าที่เขามีการทำเครื่องหมายและมีการส่องไฟเอาไว้ให้เพื่อที่จะได้เดินได้สะดวกไม่หลงทางไปไหน

เพราะหากเราไม่เดินตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ทำไว้ให้เมื่อหลงแล้วอาจจะตามหาตัวได้ยากและอาจจะทำให้ไปเจอในบริเวณที่เป็นจุดอ่อนของอากาศเกิดอันตรายขึ้นได้ดังนั้นการท่องเที่ยวภายในถ้ำจึงควรทำตามกฎที่ทางเจ้าหน้าที่ดูแลท่านมีการตั้งเอาไว้

อุทยานแห่งชาติภูพานจังหวัดสกลนคร 

  เชื่อหรือไม่ว่าพื้นป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่เราเห็นกันอยู่ขนาดนี้และมีความงดงามทางธรรมชาติที่เราหาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบันในอดีตนั้นที่ดินผืนนี้เคยกลายเป็นสนามรบมาก่อนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งที่อุทยานแห่งชาติภูผ่านแห่งนี้นั้นว่ากันว่าในอดีตเป็นสถานที่ที่จะหันของกองทัพญี่ปุ่นได้มีการนำอาวุธสงครามที่ใช้เอาไว้

สำหรับการต่อสู้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเก็บไว้ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้จึงเป็นแหล่งที่มาของลำห้วยต่างๆมากมายรวมถึงเป็นแหล่งที่มีการสร้างแม่น้ำสายสำคัญอยู่หลายสายไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำรูน    แม่น้ำพุง    แม่น้ำยัง     และแม่น้ำหนองหานสำหรับที่อุทยานแห่งชาติภูพานแห่งนี้มีการจัดแต่งสถานที่สำหรับเอาไว้เป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้

โดยมีการเตรียมสถานที่ให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์นอนหรือหากใครต้องการนอนที่บ้านพักก็จะมีบริการให้กับนักท่องเที่ยวที่นี่จะมีการทำถนนหนทางให้นักท่องเที่ยวได้ขับรถเที่ยวชมธรรมชาติของภูเขาและป่าไม้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินเข้าป่าให้ยุ่งยากรวมถึงที่นี่ยังมีสัตว์ป่ามากมายให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมและมาทำความรู้จักไม่ว่าจะเป็นพวกช้างป่า  หรือกวางป่า   หมีป่า   ชะมดแผงสันหางดำและอื่นๆอีกมากมายรวมแล้วทั้งสิ้นมีมากกว่า 162 สายพันธุ์ด้วยกัน

และหากใครที่มาท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่พลาดที่จะไปชมความงามตรงตึกชมวิวซึ่งที่อุทยานแห่งชาติภูพานก็มีจุดชมวิวที่สวยที่สุดอยู่ตรงไหนผานางเมิน ซึ่งที่จุดชมวิวแห่งนี้จะมีหินผาทอดยาวตัวออกไปประมาณ 50 เมตรนักท่องเที่ยวสามารถที่จะไปเยี่ยมชมบรรยากาศโดยรอบของอุทยานแห่งชาติได้เวลามองออกไปก็จะเห็นความงดงามของต้นไม้

เกี่ยวคดีรวมถึงหากมองในช่วงยามพระอาทิตย์ขึ้นคุณจะเห็นอาทิตย์แสงสวยงามเป็นสีทอง และหากใครก็ตามที่มาท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้นอกจากจะมาชมความงดงามและศึกษาธรรมชาติของผืนป่าแล้วเวียงสามารถขับรถไปท่องเที่ยวน้ำตกที่อยู่ใกล้ๆกับอุทยานแห่งชาตินี้ได้ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกปรีชาสุขสันต์    

หรือไม่ไกลกันนักก็จะมีน้ำตกคำหอม ซึ่งน้ำตกเหล่านี้เป็นน้ำตกที่มีความงามนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะหน้าฝน    และขับรถไปอีกหน่อยก็จะเจอถ้ำเสรีไทยซึ่งถ้ำเสรีไทยแห่งนี้เองที่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มคนไทยที่ตั้งตนเป็นเสรีไทยได้นำอาวุธมาหลบซ่อนไว้เพื่อใช้ในการต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น

เห็นไหมคะว่านอกจากจะได้ชมความงามของธรรมชาติแล้วเรายังได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติไทยได้อีกด้วย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88

ท่องเที่ยวเยือนพิทาระฟาร์มและผู้คนที่ได้ดูอย่างเป็นมิตร

ผมลงจากรถเพื่อมาพบกับชุนทาโร่และไซกะที่กำลังขมักเขม้นในการทำสวนอยู่ชุนทาโร่และไซกะที่กำลังปลูกหัวหอมได้ลองให้ผมกินผักที่มีชื่อว่า นาบะนะ ซึ่งมีรสชาติที่แอบเผ็ดอยู่ลึกๆทำให้ผมแปลกใจกับผักชนิดนี้อยู่พอสมควรไทจังกลับมารับผมและได้พาผมมาพบกับต้นซากุระพันปี ซึ่งได้อยู่บริเวณสวยสาธารณะภายในไร่ในวันนี้เหมือนกับมีการจัดกิจกรรมทางศาสนาบางอย่างผู้คนออกกันมาหนาตาคุณป้าใส่ชุดกิโมโนกันสวยงาม

ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ดีอยู่ไม่น้อยที่จะได้ซึมซับความงามของญี่ปุ่นและผมก็เดินทางกลับมายังบ้าน ซึ่งเหลือเพียงชิกุวะหมาน้อยที่เฝ้าบ้านอยู่เพียงตัวเดียวผมไม่รู้ว่าทุกคนหายไปไหนกันหมดแต่ก็คิดว่าทุกคนก็คงมีธุระของตัวเองในระแวกรอบๆนี้ เทียรี่และยูริกลับมาพร้อมกับอาหารไก่ ซึ่งการให้อาหารไก่ของเราครั้งนี้ก็วุ่นพอสมควรเป็นกิจกรรมเล็กๆที่ทำให้ผมได้แสดงออกและสื่อสารกับทุกคนมากขึ้นและผมก็ได้พบกับมาโฮะ การมาเยือนพิทาระฟาร์มในฐานะไกจินคนหนึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้ความรู้สึกบางอย่างที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนไกจินเป็นภาษาญี่ปุ่น

ซึ่งมีความหมายว่าคนนอกหรือชาวต่างชาติ ซึ่งมีเส้นแบ่งกั้นด้วยชาติกำเนิด ซึ่งการเป็นไกจินของเรานั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การเดินทาง ที่พาเราออกจากเซฟโซนของตัวเองทำให้การไปเยือนในหลายๆที่สถานที่ในฐานะไกจินหรือคนนอกได้ก่อตัวขึ้นและเปลี่ยนสมดุลทั้งหมดของผมไปแล้ว ผมล้างหัวมันอยู่กับมาโฮะได้กว่าสองชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลามากพอที่เรานั้นได้คุยกันในเรื่องขออิสระที่ตามหา อิสระ ที่ไม่ผูกติดกับสังคมจนในบางครั้งมองดูเป็นจุดดำหรือเรียกว่าแลปกแยก ซึ่งจริงๆแล้วในบางครั้งสิ่งๆนี้ควรจะเรียกว่าเป็นธรรมชาติของผมซะมากกว่า

เธอชี้มาที่รอยสักบนแขนของผมและได้พูดขึ้นว่า คาราสุ ซึ่งภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอีกาเธอบอกกับผมว่าคุณเป็นเหมือนคาราสุบนแขนของคุณใช่มั้ยผมยิ้มและพยักหน้าให้เธอเพราะลึกๆในใจผมรู้ว่าผมคือนกกาสีดำตัวหนึ่งที่แปลแยกออกจากนกชนิดอื่นแต่ในความแปลแยกของนกกานั้นก็ยังมีฝูงของพวกมันในที่แห่งไหนสักแห่งเฉกเช่นคนแบบเราในเส้นทางของนักเดินทางผมได้ฟังเรื่องราวจากพี่ยาวจากไซกะพี่เยาซึ่งเป็นเชฟอาหารอยู่ที่เชียงใหม่ในค่ำคืนนี้ไซกะได้พูดถึงเธอไม่หยุดจนผมรู้สึกว่าถาผมกลับไปที่ประเทศไทยคงจะมีสักวันหนึ่งที่ผมจะแวะไปเยี่ยมเยียนพี่เยาที่เชียงใหม่สักครั้ง

 

สนับสนุนโดย  BK8

อุทยานแห่งชาติเขาสก

ท่องเที่ยว ชมถ้ำปะการัง อุทยานแห่งชาติเขาสก

สถานที่แห่งนี้ยังคงอนุรักษ์การใช้เรือในแบบชาวบ้านที่ยังคงใช้กันแบบดั่งเดิมเพื่อให้ชาวบ้านที่นี่ได้มีอาชีพและอยู่รวมกับนักท่องเที่ยวโดยที่ไม่เสียสมดุลของวิถีชีวิตดั่งเดิม เมื่อเข้าสู่ยามค่ำคืนสถานที่แห่งนี้ไม่มีกองไฟและไม่มีเสียงเพลงมีเพียงแค่เสียงธรรมชาติที่ถูกเลือกเอาไว้ให้ทุกคนที่นี่ยามเช้าก่อนที่แสงอาทิตย์จะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันใหม่เป็นเวลาที่ตรงกับการออกหากินของสัตว์ในหุบเขาและเป็นเวลาที่สายลมและกลุ่มหมอกยามเช้าจะเผยตัวตนนั้น

ให้เราได้เห็นกลุ่มหมอกที่เกิดขึ้นหนาแน่นบนหุบเขากับการร่องเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นมายามเช้าอากาศที่เย็นบริสุทธิ์สัมผัสเข้าที่หน้าของผมเสียงของกลุ่มชะนีที่หากินอยู่ในป่าและนกเงือกที่บินผ่านไปมาทำให้หุบเขาที่เงียบสงบนี้สมบูรณ์แบบตามธรรมชาติเป็นรางวัลในการตื่นเช้าของทุกคนบนเรือและเมื่อได้เข้าสู่ช่วงบ่ายของ

วันนี้ผมมีนัดเดินป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก

ที่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้แต่ก่อนชาวบ้านเรียกกันว่าบ้านสก ซึ่งมันมาจากคำว่าบ้านศพ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เรียกว่าบ้านศพนั้นมีคำเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ว่าในสมัยก่อนสถานที่แห่งนี้มีหมู่บ้านอาศัยอยู่กลาป่าเป็นหมู๋บ้านที่ไม่สามารถที่จะติดต่อกับภายนอกได้แต่ต่อมานั้นได้เกิดโรคระบาดชาวบ้านเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจึงทำให้บ้านสกกลายเป็นบ้านร้างและต่อมาถึงได้มีการสร้างถนนจากอำเภอพุนพินจังหวัดสุราษฏร์ธานีไปยังอำเภอตะกั่วป่าจังหวัดพังงา

จึงมีถนนตัดผ่านบ้านสกและเขาสกแห่งนี้เมื่อเข้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาสกผมได้พูดคุยกับพี่โทนี่มาตลอดทางพี่โทนี่เป็นไกด์ซึ่งคอยนำพาผมและทุกคนบนเรือเดินทางผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาสกเพื่อไปยังถ้ำประการังพี่โทนี่เป็นคนท้องถิ่น ซึ่งเกิดและอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสกมาแต่เล็กข้อมูลที่ได้ออกมาจากพี่โทนี่จึงเป็นข้อมูล

โดยตรงจากประสบการณ์ชีวิตในสถานที่แห่งนี้ของเขาอุทยานแห่งชาติเขาสกมีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่มากในเส้นทางนี้ในบางครั้งอาจมีช้างป่าเดินตัดผ่านเส้นทาง ซึ่งถ้าโชคดีผมอาจเจอช้างป่าสักครั้งในชีวิตเมื่อผมมาถึงยังจุดต่อแพพี่โทนี่พาทุกคนขึ้นแพจากคำบอกเล่าของพี่โทนี่แพจะมีการสร้างใหม่ทุกครั้งใน1ปีเพื่อความสดใหม่ของไม้ไผ่และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคนปลายทางของแพไม้ไผ่นี้คือถ้ำปาการังจากคำบอกเล่าของชาวบ้านท้องถิ่นถ้ำปาการังแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลมาก่อน

 

สนับสนุนจาก  แทงบอลออนไลน์2020

ร้านกาแฟบ้านโคบาล

แต่งตัวเหมือนคาวบอยจิบกาแฟสบายๆที่ร้านกาแฟบ้านโคบาล

              ถ้าใครที่ไปเที่ยวที่จังหวัดสระบุรีถ้าใครไปเที่ยวที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อยแถวแถวนั้นมีร้านกาแฟร้านหนึ่ง ซึ้งร้านากาแฟร้านนี้ไม่เหมือนใครเพราะที่นี้คุณจะได้แต่งตัวเหมือนกับคาวบอยซึ้งไม่มีที่ไหนที่เคยทำเลยทำให้ที่นี้มีความโดดเด่นและเพราะการให้ลูกค้าแต่งตัวเหมือนคาวบอยนั้นคือเหติที่ทำให้ร้านนี้ดังและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว 

ซึ้งคุณสามารถใส่ชุดคาวบอยได้ฟรีไม่ต้องเสียเงินสักบาท มีชุดคาวบอยให้คุณใส่ฟรีฟรีครบเซ็ต ซึ้งที่นี้ตั้งอยู่ก่อนที่จะถึงน้ำตกเจ็ดสาวน้อย 6 กิโลเมตร ซึ้งเมื่อคุณมาที่นี้คุณจะรู้สึกถึงบรรยากาศของคาวบอยไม่เหมือนใคร ซึ้งที่นี้นอกจากจะมีชุดให้ใส่แล้วยังมีม้าให้คุณขี่อีกด้วยนะคะ ซึ้งร้านี้ขนาดของร้านก็เรียกได้ว่าใหญ่มากๆ ที่นี้มีน้ำให้คุณดื่มหลายอย่างมาก เช่น ชาหรือไม่ก็จะเป็นพวกกาแฟค่ะ มีแต่ของอร่อยๆทั้งนั้นเลยค่ะ   ซึ้งตรงด้านหลังของร้านจะมีชุดคาวบอยหลายชุดให้คุณได้เลือกที่จะใส่

ซึ้งที่นี้มีทั้งรองเท้าหนัง ชุด เข็มขัด ร้านนี้เกิดจากความชื่นชอบความเป็นคาวบอย ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของเจ้าของร้านแล้วนำมาจัดแต่งร้านตามสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ ดังนั้นที่นี่นักท่องเที่ยวจะเห็นของสะสมที่เกี่ยวกับการเป็นคาวบอยแทบทั้งสิ้น สำหรับร้านกาแฟบ้านคาวบอยแห่งนี้นักท่องเที่ยวส่วนมากนอกจากจะมานั่งจิบกาแฟ สบายสบายแล้ว ยังได้ถ่ายรูปสไตล์คาวบอย โดยสามารถยืมชุดของทางร้านที่มีการนำมาจัดประดับตกแต่งร้านแล้วนำใส่ถ่ายรูปก่อนเสร็จแล้วค่อยคืนเจ้าของร้านที่นี่เจ้าของร้านเขาใจดีมาก ให้ยืมฟรีไม่ต้องจ่ายเงินเพียงแค่มากินกาแฟที่ร้านก็พอแล้ว 

และหากใครที่มาเที่ยวที่อำเภอหมวกเหล็กแห่งนี่ก็อย่าลืมแวะมาทานกาแฟที่ร้านแห่งนี้กันนะคะ บรรยากาศโดยรอบของที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเยอะมากทำให้อากาศบริเวณรอบร้านไม่ร้อนเลย ทางด้านหลังร้านเป็นเนินเขาเตี้ย และที่หน้าร้านมีคอกม้า ซึ่งทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแนวไร่คาวบอยจริงจริง เจ้าของร้านที่นี่เป็นสามีภรรยาที่น่ารักมากมาก นักท่องเที่ยวถามเรื่องอะไรก็ตอบหมดและก็ไม่ถือตัวด้วย หากมาที่นี่ในเวลากลางคืนคาดว่าจะสวยงามและเย็นสบายกว่าเวลากลางวันมาก

เพราะเราจะได้สัมผัสกับไร่คาวบอยในแบบกลางคืนที่จะมีการจุดกองไฟ หากใครที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบคาวบอยและชอบความร่มรื่นของต้นไม้และความเงียบสงบของป่าเขาลำเนาไพรแล้วละก็ อย่าลืมหาเวลาแวะมาที่ร้านกันดูนะคะ

เที่ยวย่านแฟชั่น สุดฮิพ ที่ HARAJUKU

HARAJUKU หรือ ฮาราจูกุ เป็นย่านแฟชั่นชั้นนำของญี่ปุ่นที่พูดชื่อแล้วทุกคนต้องร้องอ๋อกันอย่างแน่นอน แต่เดิมแล้วนั้นเป็นที่โด่งดังอย่างมากในเรื่องแฟชั่นคอสเพลย์ แต่งตัวเหมือนในการ์ตูนมังงะญี่ปุ่น หรือเหมือนในเกม ซึ่งดูแล้วเหมือนหลุดออกมาจากโลกในจินตนาการกันเลย แต่ปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีให้เห็นน้อยลง แต่ว่าก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายแฟชั่นสนุกๆมากมายที่ดูได้ที่ฮาราจูกุสไตล์อยู่

ที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นหญิงชายชาวญี่ปุ่น เพราะสามารถปลดปล่อยแฟชั่นการแต่งตัวได้อย่างเต็มที่ไม่มีเคอะเขิน อีกทั้งยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นดี ที่มีของให้เลือกมากมายอีกด้วย

ถนนสายแฟชั่น Takeshita Dori

ถนนทะเคชิตะ เป็นถนนเล็กๆมีความยาวเล็กน้อยเพียง 250 เมตรเท่านั้น แต่ว่าความไม่ธรรมดาคือสองข้างทางนั้นเต็มสูบไปด้วยร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นมากมาย หลากหลายแบบหลายสไตล์ และยังมีร้านคาเฟ่เก๋ๆแซมอยู่เป็นระยะๆ อาหารอร่อย ตกแต่งร้านเก๋ไก๋ต้องไปชักภาพมาเก็บไว้ โดยเฉพาะถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ด้วยนั้น ถนนเส้นนี้จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เด็กวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการที่เป็นถนนสายแฟชั่นนี้เองทำให้ มีผู้คนแต่งตัวแสดงตัวตนแฟชั่นของตัวเองกันมาแบบจัดเต็มอยู่ตลอด

TABIO

ร้านถุงเท้าน่ารักๆใสๆ เหมาะกับสาวๆที่ชอบถุงเท้าแฟชั่น ลายน่ารัก มีลายดอต ลายทาง ลายการ์ตูน ใส่แล้วดูคิคุเหมือนเป็นคนญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

ร้าน OUT OF THE WORLD

เป็นร้านที่ขายรองเท้า เน้นรองเท้าทุกแบบ โดยเฉพาะบู๊ตเท่ห์ๆ มีทั้งสำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ทั้งทรงคลาสสิคเรียบ เท่ มีสไตล์ มีทั้งของผลิตทั้งในจีน ในญี่ปุ่น มีหลากหลายสไตล์ หลายแบบ นอกจากบู๊ต จะเป็น sneaker รองเท้าผ้าใบเท่ห์ๆก็มีเช่นกัน

KIDDY LAND

ร้านที่จะช่วยเติมเต็มความฝันให้แก่เด็ก หรือผู้ใหญ่ใจเด็กก็แล้วแต่ ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากการที่เปิดตัวร้านหนังสือ Hashidate Book และเริ่มนำของเล่นเล็กๆน้อยๆ มาวางขายด้วย จนเติบโตกลายมาเป็นร้านขายของเล่นเก่าแก่ที่อยู่มานานถึง 60 ปี มีสาขาทั่วประเทศ แต่ว่าที่ฮาราจูกุ เป็นสาขาที่ดังและใหญ่ที่สุด มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Doraemon, Snoopy, Kitty,Rilakkuma รวมถึงตัวการ์ตูนญี่ปุ่นอื่นๆ อีกมากมาย

สะพานสวย

  สำหรับนักท่องเที่ยวสายเซลฟี้  เตรียมกล้องเตรียมเมมโมรี่ หาเสื้อผ้าสวยสวย ทรงผมเก๋เก๋ มารอกันเลยนะคะ เพราะกำลังพาคุณไปชมกับ

สุดยอดสะพานที่ทั้งสวยและมีความเก๋ เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างมาก มีที่ไหนบ้างมาดูกันค่ะ

  • เริ่มต้นด้วยเมืองสุดสโลว์ไลด์ นั่นก็คือ อำเภอปราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่นี่มีสะพานไม้ที่ทอดตัวไปบนทุ่งนาสีเขียวขจี ซึ่งชาวบ้านเรียกสะพานแห่งนี้ว่าสะพานบุญโขกู้โส่ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในหมู่บ้านแพนโปะ อำเภอปราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ความหมายของคำว่า โขกู้โส่ คือสะพานบุญ ซึ่งคำว่าโขกู้โส่ นั้นเป็นภาษามาจากไทยใหญ่ เพราะสะพานไม้แห่งนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในการสร้างสะพานไม้แห่งนี้ออกมา จุดประสงค์ก็เพื่อให้พระสงฆ์ได้ออกมาบิณฑบาตรและชาวบ้านยังสามารถใช้สะพานไม้แห่งนี้ไปทำบุญที่วัดได้ด้วยค่ะ
  • สถานที่ท่องเที่ยวที่สองเรายังคงอยู่กันที่อำเภอปายกันอยู่นะคะ เราจะไปเดินเล่นสวยสวยกันที่สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย สะพานที่หากใครได้มาที่ปายแล้วไม่ได้มาเดินที่สะพานแห่งนี้ จะถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองปายกันค่ะ ซึ่งสะพานแห่งนี้มีประวัติว่าแต่เดิมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยตอนที่อยู่เชียงใหม่ใช้ชื่อ สะพานนวรัตน์ โดยตอนนั้นสะพานนวรัตน์ มีการถูกรื้อเก็บเอาไว้ไม่ได้ใช้งาน พอที่ปายมีเหตุการณ์น้ำท่วมและที่สะพานปายได้พังลงไป ก็เลยมีการทำเรื่องของสะพานนวรัตน์ให้มาอยู่ที่ปายค่ะ สะพานที่ทั้งสวย คลาสสิกและมีประวัติสองจังหวัดแบบนี้ห้ามพลาดที่เดียวค่ะ
  • ออกจากปายเราจะไปเที่ยวกันต่อที่เชียงใหม่ เพื่อไปเดินเล่นที่ Canopy Walk ทางเดินเหนือเรือนยอดไม้พฤกษาศาสตร์ของสมเด็จพระนางเจ้าศิริกิจ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากบนสะพานเราจะสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามได้แบบ 360 องศา สะพานแห่งนี้มีความสูงอยู่เหนือพื้นดิน 20 เมตรและมีความยาวถึง 400 เมตรการออกแบบสะพานนั้นคำนึงถึงสภาพมากที่สุด โดยโครงสร้างทำมาจากเหล็กกล้า แข็งแรง บางช่วงของสะพานเป็นพื้นที่ทำมาจากกระจกใส เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มองเห็นธรรมชาติด้านล่าง  สร้างความตื่นเต้นแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ

       และนี่ก็คือ สุดยอดของสะพานที่สวยที่สุด ของจังหวัดในเขตภาคเหนือ ที่หากใครที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ภาคเหนือแล้วไม่ควรพลาด เป็นสถานที่ถ่ายรูปและเช็คอิน ที่สวยงามมากมาก  เหมาะกับมาพักผ่อนแบบสบายสบาย เพราะจังหวัดของภาคเหนือ ที่นี่อากาศจะเย็นและสดชื่น การได้มาเดินชิลชิล เล่นบนสะพานเหล่านี้ จะทำให้เรารู้สึกสบายใจหายเครียดได้ค่ะ

พาไปเช็คอินกับสะพานสวยๆของภาคกลาง

    รอบนี้เราจะพามาเที่ยวสะพานของภาคกลางที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพจังหวัดแรกที่เราจะพาไปเป็นจังหวัดนครนายกซึ่งสะพานได้ที่เราจะแนะนำก็คือสะพานทุ่งนามุ้ยสะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่สร้างเข้าไปในทุ่งนามีความยาวมากกว่า 150 เมตรซึ่งสะพานจะทำมาจากไม้สำหรับที่นี่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาถ่ายรูปโดยนั่งอยู่ริมสะพานไม่ขายอยู่กลางทุ่งนาบอกได้เลยว่ารูปออกมาสวยงามมากเพราะคุณจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติความเป็นสีเขียวของไร่นาซึ่งหาดูได้ยากยิ่งและหากใครสนใจจะมาถ่ายรูปวันหยุดก็ยืมขับรถมาถ่ายรูปกันที่นครนายกกันได้เลย

    ที่ต่อไปเราจะย้ายจุด ไปที่จังหวัดกาญจนบุรีกันแทนถ้าพูดถึงสะพานที่มีความสวยงามของจังหวัดกาญจนบุรีคงหนีไม่พ้นสะพานข้าแม่น้ำแควเพราะนอกจากคุณจะได้ยินชมวิวสะพานสวยสวยแล้วคุณจะได้ชมวิวของแม่น้ำแควที่มีสะพานภาพผ่านและหากมีวิวรถไฟวิ่งผ่านแม่น้ำแควด้วยจะยิ่งสวยงามมากเค้าบอกกันว่าหากมาถึงกาญจนบุรีแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปที่สะพานข้ามแม่น้ำแควถือว่ามาไม่ถึงจังหวัดกาญจนบุรีเลยนะคะและที่สำคัญสะพานข้าแม่น้ำแควแห่งนี้ไม่ใช่แค่เพียง. แบรนด์มาร์คที่เราจะเอาไปโชว์ใน Facebook เท่านั้นค่ะแต่ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกอีกด้วยนะคะ

      จะเอาตัวเมืองกาญจน์เรามาขับรถไปเที่ยวกันต่อที่สังขะบุรีที่นี่มีสะพานมอนซึ่งเปรียบเสมือนสะพานแห่งวัฒนธรรมที่เชื่อมสองเชื้อชาติระหว่างไทยกับมอนเข้าด้วยกันสะพานมอญมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสะพานอุตตมะนุสรณ์ถ้าตัวยาวอยู่บนแม่น้ำสงกาเรียไปถึงหมู่บ้ามอนซึ่งจะหาใครได้มีโอกาสมาเที่ยวกาญจนบุรีแล้วก็อย่าลืมแวะถ้ามาเที่ยวสะพานมอญแห่งนี้ด้วยนะคะ

     เรียกได้ว่าเป็นสะพานที่กำลังมาแรงแซงโค้งสะพานอื่นๆเลยค่ะสำหรับสะพาน. ชุมวิวเจดีย์บ้านหัวแหลมสะพานแห่งนี้อยู่ที่จังหวัดจันทบุรีเป็นสะพานไม้ที่มีการสร้างทอดยาวออกไปในกลางทะเลสวยงามมากๆเลยค่ะบรรยากาศยืนกรานสะพานมีวิวทะเลล้อมรอบเป็นอะไรที่โรแมนติกสุดสุดที่นี่นักท่องเที่ยวชอบมายืนชมวิวทะเลและชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้อีกด้วยนะคะซึ่งสะพานแห่งนี้ที่จริงแล้ว

ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้สามารถเดินข้ามแม่น้ำไปสักการะพระพุทธรูปที่อยู่บนเนินหินกรางน้ำแต่ตัสะพานไม้ยังสร้างไปไม่ถึงตัวเจดีย์นะคะถ้าเราต้องการไปถึงที่เจดีย์เราจะต้องรอให้น้ำรถแล้วเท่านั้นใครอยากมาเดินชิลล์ชิลล์แบบนี้เก้าปัดหมุดแม่จันทบุรีได้เลยค่ะ